Pages

Showing posts with label ที่มา. Show all posts
Showing posts with label ที่มา. Show all posts

Thursday, October 1, 2020

ความหมาย และที่มาของคำว่า "หักหัวคิว" - ข่าวไทยพีบีเอส

kerisasakti.blogspot.com

คำว่า “หักหัวคิว” ปรากฎอยู่ในข่าวตรวจสอบทุจริต กลโกงในวงการต่างๆโดยเฉพาะในวงการรับเหมาขุดลอก หรืองานก่อสร้างที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน

เมื่อไปค้น ในเว็บไซต์ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ก็พบว่า คำว่า “ค่าหัวคิว”  หรือ “กินหัวคิว”  จะหมายถึง การเรียกร้องเอาเงินหรือผลประโยชน์จากผู้ดำเนินกิจกรรมที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้มีอิทธิพลหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลในเรื่องนั้น ๆ เพื่อแลกกับความสะดวกหรือสิทธิในการดำเนินกิจกรรมก่อนผู้อื่น  

เช่น  มีข่าวว่าคนที่กู้เงินจากกองทุนถูกหักค่าหัวคิวไปคนละ 15 เปอร์เซ็นต์.  ถ้าแผนกได้รับงบประมาณครั้งนี้ หัวหน้าแผนกคงได้ค่าหัวคิวไม่น้อย.  เธอจะขับรถมอเตอร์ไซค์ในซอยนี้ก็ได้แต่ต้องจ่ายค่าหัวคิวมาก่อน.  เขากินหัวคิวพวกเราไปแล้วคนละสามพันเพราะเราอยากได้เงินกู้เร็วๆ 

การหักหัวคิว อาจเกิดขึ้นในสังคมไทยมาช้านาน

ที่มาของคำว่า หักหัวคิว หรือกินหัวคิว ในมุมมองของนายโยธิน วรารัศมี ที่ปรึกษามูลนิธิน้ำและคุณภาพชีวิต จ.ขอนแก่น เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 50 ปีก่อน และเป็นความทรงจำวัยเด็ก ที่เขาไม่เคยลืม

เขาเล่าว่า นโยบายผันเงิน ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลพรรคกิจสังคมภายใต้การนำของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ใน พ.ศ. 2518 ทำให้ เกิดการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาชนบทหรือการผันงบประมาณสู่ท้องถิ่นหนึ่งในโครงการที่ได้รับการผันเงินคือ โครงการขุดแหล่งน้ำแก้ปัญหาภัยแล้ง

ช่วงวัยเด็กของโยธิน เขา ตามพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ไปขุดดิน ในโครงการขุดแหล่งน้ำ เป็นการใช้แรงคนขุด

สมัยนั้นจัดสรรโครงการโดยกำหนดปริมาณเป็น คิวดิน คือ ผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนันจะไปเอาโครงการมาจากอำเภอ เรียกว่าไปเอาหัวคิวมา เพื่อจ้างชาวบ้านขุดดินตามจำนวนคิวดินที่โครงการกำหนด เช่น โครงการสระน้ำหมู่บ้านขุด 500 คิวดิน โดยขุดดิน 1 คิว เท่ากับ ดิน 1 ลูกบาศก์เมตร

สมัยนั้น มีปัญหาโกงค่าแรง ที่เรียกว่า การหักค่าหัวคิว(ดิน) เนื่องจากการขุดสมัยนั้นจะใช้ไม้ไผ่ขนาด 1 เมตร เพื่อวัดพื้นที่ดิน ความกว้าง ยาวและลึก ให้ได้ 1 ลูกบาศก์เมตร หรือ 1 คิวดิน แต่ไม้ไผ่ 1 เมตร ที่ชาวบ้านได้รับแจก เมื่อนำไปวัดจริงๆ กลับยาวถึง 1 เมตร 20 เซ็นติเมตร หรือ บางโครงการไม้ที่วัดอาจยาวถึง 1 เมตร 50 เซ็นติเมตร เป็นวิธีการโกงค่าแรงชาวบ้าน โกงค่าแรงขุดดิน เพราะชาวบ้านขุดได้ปริมาณดินมากกว่า จำนวนคิวดินที่ภาครัฐจ่ายค่าแรง

นี่คือที่มาของคำว่า หักหัวคิว ในมุมมองของโยธิน วรารัศมี ที่ปรึกษามูลนิธิน้ำและคุณภาพชีวิต จ.ขอนแก่น

ปัจจุบัน โครงการขุดลอก ผู้ที่ถูกหักหัวคิว คือผู้รับเหมารายย่อย ที่ให้ข้อมูลว่า โครงการที่มีงบประมาณ 5 แสนบาท ผู้ที่ขุดลอกจริง อาจได้แค่ 1 แสน 7 หมื่นบาท หรือ  2 แสนบาท เงินอีก 3 แสน อยู่ที่ไหน หักหัวคิวไปให้ใคร ยังเป็นปริศนา เพราะยังไม่มีใครกล้าพูดความจริง

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
October 02, 2020 at 09:39AM
https://ift.tt/36pMMXi

ความหมาย และที่มาของคำว่า "หักหัวคิว" - ข่าวไทยพีบีเอส
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

4 เศรษฐีใหม่ หลังถูกรางวัลที่ 1 เปิดที่มาเลขเด็ด เสี่ยงโชคแล้วเฮงรับเงินล้าน - กรุงเทพธุรกิจ

kerisasakti.blogspot.com

2 ตุลาคม 2563

137

เปิดตัว 4 เศรษฐีใหม่ หลังถูกรางวัลที่ 1 เปิดที่มาเลขเด็ด เสี่ยงโชคแล้วเฮงรับเงินล้าน

คนดังหลังหวยออก ถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่ง "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" รวบรวม 4 เศรษฐีใหม่ ดวงเฮงมีโชคเงินล้าน ดังนี้

แม่บ้านสาวอุดรฯดวงเฮงถูกลอตเตอรี่ 12 ล้าน

ร.ต.อ.สุพจน์ โชติพินิจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก มี น.ส.วนิดา ศรีวิชา อายุ 30 ปี บ้านไชยวานน้อย หมู่ 3 ต.บ้านแดง อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม 2563 แจ้งว่าถูกรางวัลที่ 1 ประจำงวดวันที่ 1 ตุลาคม 2563 จำนวน 2 ใบ 12 ล้าน โดยนำสลากกินแบ่งรัฐบาล ชุดที่ 41 งวดที่ 38 หมายเลข 837893 จำนวน 2 ใบ มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จึงได้รายงานให้กับ พ.ต.อ.กีรติกร อมรพัฒน์ภาคิณ ผกก.สภ.พิบูลย์รักษ์ รับทราบว่ามีคนมาแจ้งถูกรางวัลที่ 1

160160011730

พ.ต.อ.กีรติกร อมรพัฒน์ภาคิณ ผกก.สภ.พิบูลย์รักษ์ เปิดเผยว่า น.ส.วนิดา ให้การว่า ตนเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน ส่วนสามีไปทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ โดยปกติตนจะซื้อลอตเตอรี่ไว้เสี่ยงดวงประจำ เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา ได้มีพ่อค้าขายลอตเตอรี่ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาขายในหมู่บ้าน ตนจึงได้ซื้อลอตเตอรี่เลข 93 จำนวน 2 ใบ ซึ่งตรงกับเลขท้ายโทรศัพท์มือถือของตน ตนก็เลยตัดสินใจซื้อลอตเตอรี่เอาไว้เสี่ยงดวง หลังจากผลออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลออก ตนดีมากเมื่อนำเอาลอตเตอรี่ที่ตนซื้อไว้มาตรวจสอบจึงทราบว่าถูกรางวัลที่ 1 หนึ่งคู่สองใบรับ 12 ล้าน จึงได้เดินทางมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน และก็จะเดินทางไปขึ้นรางวัลที่กรุงเทพฯ ต่อไป

พญาศรีสัตตนาคราชบันดาลโชค ภรรยา ผบ.ร.3 พัน 3 ถูกรางวัลที่ 1


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2563 1 รางวัลที่ 1 ได้แก่หมายเลข 837893 ปรากฏว่าว่ามีผู้โชคดีเป็นหญิงอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครพนม จำนวน 2 คน ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ได้โชคก้อนใหญ่ เป็นเศรษฐีหน้าใหม่ รับโชคในวันออกพรรษา แบ่งกันไปคนละ 6 ล้านบาท รวม 12 ล้านบาท

160160016343

โดยหญิงรายแรกคือนางสิริกัญญา นิลเนตร อายุ 40 ปี เป็นภรรยาของ พ.ท.อุทัย นิลเนตร หรือผู้พันโก้ ผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ 3 (ผบ.ร.3 พัน 3) และนางสุภาพ โฉมเฉลา อายุ 59 ปี ข้าราชการบำนาญ ซึ่งคุณนายสิริกัญญานับถือเป็นคุณแม่ตั้งแต่ผู้พันโก้ย้ายมารับราชการที่จังหวัดนครพนม

นางสิริกัญญา เล่าว่าเมื่อ 5-6 วันที่แล้ว ตนและนางสุภาพ ได้เดินทางไปซื้อของฝากที่ลานพญาศรีสัตตนาคราช ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม และได้เดินไปเลือกซื้อลอตเตอรี่บริเวณหลังองค์พ่อปู่พญานาค ตรงหน้าห้องน้ำ ซึ่งมีพ่อค้าและแม่ค้านำแผงมาตั้งขายเรียงรายกันเป็นจำนวนมาก

ตนจึงได้เลือกซื้อลอตเตอรี่จำนวน 10 คู่ คู่ละ 2 ใบ หนึ่งในจำนวนนั้นนางสุภาพ คุณแม่ที่นับถือกัน ได้ไปเลือกซื้อลอตเตอรี่ที่มีเลขลงท้าย 93 เนื่องจากคุณแม่สุภาพ อยากได้เลขดังกล่าว ซึ่งตรงกับเลขหน้ารถยนต์มิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ ทะเบียน 9 กล 3285 หลังเลือกซื้อตนและนางสุภาพก็แบ่งกันเก็บไว้

ภรรยาผู้พันโก้ คนดวงเฮงเล่าต่อว่า กระทั่งถึงเวลาหวยออก ตนนำโทรศัพท์มือถือมาตรวจ ปรากฏว่าถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 837893 ทีแรกก็ไม่เชื่อสายตาตัวเอง จึงเอามือถือยื่นไปให้น้องชายผู้ทำหน้าที่ขับรถดู พร้อมกับบอกว่าเป็นไปได้หรือเปล่านี่ ว่า พี่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 น้องชายยืนยันหนักแน่นว่า สิ่งที่พี่เห็นมันคือความจริงทุกอย่าง จึงเกิดอาการช็อคไปพักหนึ่ง หลังตั้งสติได้จึงให้น้องชายพาตนและนางสุภาพ ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ที่ สภ.ปลาปาก เมื่อเวลา 17.50 น. เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากที่ตั้งหน่วยค่ายพระยอดเมืองขวาง หากไปแจ้งความที่ สภ.เมืองนครพนม เกรงว่าจะวุ่นวายและไม่มีที่จอดรถ เนื่องจากอยู่ในช่วงงานประเพณีไหลเรือไฟ มีผู้คนพลุกพล่าน

ต่อมาเพื่อนบ้านในค่ายพระยอดเมืองขวางทราบข่าว ต่างแห่มาแสดงความยินดีเต็มบ้านพัก สำหรับเงินที่ได้รับ 6 ล้านบาท เบื้องต้นสิ่งแรกที่จะทำ คือ ปูกระเบื้องหินอ่อนหรือหินแกรนิตบริเวณอนุสาวรีย์พระยอดเมืองขวางที่อยู่หน้าทางเข้าค่ายฯ และ ศาลปู่พระยอดเมืองขวางที่อยู่ด้านหลังค่าย เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในค่ายแห่งนี้ ที่ทหารทุกคนกราบไหว้สักการะ

หนุ่มขับรถแบคโฮ ดวงเฮง รับโชค 6 ล้าน

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ที่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 4 บ้านโนนบก ตำบลโพธิ์ชัย อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู ได้มีญาติและเพื่อนบ้านมาแสดงความยินดีกับ นายสมใจ ศรีหาบุตร หรือ กู่ อายุ 40 ปี หนุ่มโสด อาชีพขับรถแบคโฮ ซึ่งถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 อย่างคับคั่ง และได้มีการจัดเตรียมอาหาร เครื่องดื่มนั่งสนทนากันถึงความโชคดีในวันนี้ โดยก่อนหน้านั้นได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับร้อยเวร สภ.เมืองหนองบัวลำภู ไว้แล้ว หลังจากถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 ฉบับงวดวันที่ 1 ต.ค.63 หมาเลข 837893 งวดที่28. ชุดที่ 40 จำนวน 1 ใบ เป็นเงิน 6 ล้านบาท

160160013469

นายสมใจ หรือ กู่ เล่าว่า เป็นคนขับรถแบคโฮ ให้กับเจ้าของธุรกิจก่อสร้างภายในเขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู ปกติชอบซื้อหวยเสี่ยงโชคและก็ถูกมาแล้ว 4 งวด แต่จะได้ประมาณงวดละ 10,000 บาท จนเพื่อนมักจะแซวเรียกว่า อาจารย์ กู่ และวันที่จะมีหวยออก เพื่อนก็มักจะโทรมาสอบถามว่าจะซื้อหวยตัวไหน แต่ครั้งนี้เป็นวันที่ดีใจที่สุดเพราะถือว่าถูกรางวัลมากที่สุด เป็นวันนี้ตนเองดีใจเป็นที่สุด ประมาณ 2 วันก่อนวันหวยออก ได้ไปซื้อลอตเตอรี่ที่ปั๊มกิจเจริญ ในใจอยากซื้อเลข 59 , 93 และ 63 จึงเลือกหยิบมา 3 ใบ หนึ่งในนั้นก็คือใบที่มีเลขท้าย 93 เหลือใบเดียวแต่คนขายลอตเตอรี่บอกว่ามีอยู่ 3 ใบและมีคนซื้อไปแล้ว 2 ใบ เหลือเพียงใบเดียว ในใจก็หวังไว้เพียงเลขท้ายรางวัลเท่านั้น พอตอนวันนี้หวยออก ก็นอนดูอยู่ในบ้าน จำเลขที่ออกได้กับลอตเตอรี่ที่ซื้อก็รู้สึกดีใจมาก ซึ่งเงินที่ได้ จะเอาไปช่วยให้แม่และน้องสาวสร้างบ้าน เพราะตอนนี้ได้รื้อบ้านกองไว้แล้ว ก็จะได้เงินนี้ไปสร้างพอดี

นายสมใจฯหรือ กู่ หนุ่มดวงดี ยังเล่าว่า ก่อนซื้อลอตเตอรี่ก็ไม่ได้ฝันอะไร นอกจากจะตามเลข 59 เท่านั้น ส่วน เลขที่จะซื้อถ้าซื้อใต้ดินเลขดังทั้งสามตัวถ้าถูกเจ้ามือจะจ่ายครึ่งเดียวเลยไม่ซื้อ จึงมาซื้อลอตเตอรี่ เมื่อได้เลข 93 ก็เลยตัดสินใจซื้อไว้ พอได้ยินเสียงทบทวนการออกสลากมีเลข 93 ตนเองคิดว่ายังไงคงถูกรางวัล และบอกแม่ว่าอย่างน้อยถูกเลขท้ายแน่ ๆ ด้วยความไม่มั่นใจเลยขึ้นไปฟังและตรวจสอบรางวัลที่ 1 ตนเองดีใจสุดๆ ที่ลอตเตอรี่ที่ตนซื้อมาถูกรางวัลที่ 1 จึงเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ สภ.เมืองหนองบัวลำภู ก่อนที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อขึ้นเงินรางวัลที่กองสลากกินแบ่งรัฐบาลต่อได้

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
October 02, 2020 at 07:47AM
https://ift.tt/2Sk2Y48

4 เศรษฐีใหม่ หลังถูกรางวัลที่ 1 เปิดที่มาเลขเด็ด เสี่ยงโชคแล้วเฮงรับเงินล้าน - กรุงเทพธุรกิจ
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

เช้านี้วิถีไทย : ยิ่งใหญ่ ขบวนเรือหลวงพ่อโตทางน้ำ งานประเพณีรับบัว จ.สมุทรปราการ - ช่อง 7

kerisasakti.blogspot.com
เช้านี้ที่หมอชิต - งานบุญยิ่งใหญ่ประจำปีของอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ นั่นก็คือ ประเพณีรับบัว ซึ่งกิจกรรมไฮไลต์ขบวนแห่หลวงพ่อโตทางน้ำ จัดขึ้นเมื่อวานนี้ (1 ต.ค.) โดยมีประชาชนมาโยนบัวสักการะบูชาหลวงพ่อโตจำนวนมาก ภายในงานยังมีการแข่งขันเรือมาด และชาวบ้านที่มาช่วยกันทำข้าวต้มมัดแจก เช้านี้วิถีไทยสัปดาห์นี้ คุณวาเนสสา สมัคศรุติ เก็บภาพความยิ่งใหญ่ของ ประเพณีรับบัว หนึ่งเดียวในโลก มาฝากคุณผู้ชม

สืบสานตำนานแห่งสายน้ำของชาวบางพลี เหล่าฝีพายจากหลายพื้นที่ ต่างสามัคคีพร้อมเพรียงพายเรือมาด ซึ่งเป็นเรือประจำท้องถิ่นมาตามลำน้ำ ร่วมแข่งขันประชันฝีพาย ก่อนถึงงานประเพณีรับบัว 1 วัน

หลังจากพิธีเปิดเริ่มต้นการแข่งขัน แต่ละทีมก็เร่งฝีพายกันเต็มที่ ทั้งคนพากย์ ทั้งคนพาย ว่องไวเร้าใจไม่แพ้กัน สร้างความคึกคักในช่วงงานบุญใหญ่หลวงพ่อโตทุกปี

อีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนถึงความร่วมมือร่วมใจ บริเวณด้านหน้าอำเภอบางพลี มีชาวบ้านหลายสิบคนมาช่วยกันทำข้าวต้มมัด ที่พอเคาะระฆังเรียก ก็จะมีคนมาต่อแถวรับข้าวต้มมัดร้อน ๆ นึ่งจากเตาฟรี

ระหว่างทำข้าวต้มมัด ผู้ใหญ่โก๋ก็จะคอยเรียกพลัง ส่งเสียงเฮฮา มีความสุขกันถ้วนหน้า คนมาเที่ยวงานได้อิ่มท้อง ส่วนคนทำก็อิ่มใจ กระทั่งเช้าตรู่วันขึ้น 14 ค่ำเดือน 11 2 ฝั่งลำน้ำตั้งแต่เทศบาลตำบลบางพลี ไปจนถึงหน้าวัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง มีประชาชนจำนวนมาก ทั้งล่องเรือมารอชมขบวนแห่หลวงพ่อโตทางน้ำ และโยนข้าวต้มมัดไปให้กับคนที่ยืนถือดอกบัวรออยู่ที่ฝั่ง  ด้วยความสนุกสนานตลอดเส้นทาง เสน่ห์งานบุญประเพณีของชาวอำเภอบางพลีที่สืบทอดมานับร้อยปี

ด้วยความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อองค์หลวงพ่อโต พระพุทธรูปวารีปาฏิหาริย์ลอยมาทางน้ำ ตามตำนานเล่าขานตั้งแต่อดีต จึงเป็นที่พึ่งทางใจแก่สาธุชนที่มาร่วมโยนบัวกันเนืองแน่น

ยังมีขบวนเรือตกแต่งงดงามตระการตา ตามขบวนเรือหลวงพ่อโตทางน้ำ ที่เคลื่อนผ่าน 2 ฝั่งรับดอกบัวของประชาชนที่มาโยนดอกบัวเพื่อเป็นเครื่องสักการะบูชา สืบสานตำนานแห่งสายน้ำของจังหวัดสมุทรปราการ งานประเพณีรับบัว หนึ่งเดียวในโลก

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
October 02, 2020 at 07:30AM
https://ift.tt/3l4uIG1

เช้านี้วิถีไทย : ยิ่งใหญ่ ขบวนเรือหลวงพ่อโตทางน้ำ งานประเพณีรับบัว จ.สมุทรปราการ - ช่อง 7
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

วันออกพรรษา 2563 สรุปความสำคัญและกิจกรรมประเพณีพุทธศาสนา - ไทยรัฐ

kerisasakti.blogspot.com

วันออกพรรษา 2563 ปีนี้ตรงกับวันที่ 2 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 สิ้นสุดระยะเวลาจำพรรษาของพระภิกษุสงฆ์รวม 3 เดือน กิจกรรมวันออกพรรษาแบ่งออกเป็นฝั่งภิกษุสงฆ์และฆราวาส

ประวัติวันออกพรรษา

ประวัติวันออกพรรษา มีเหตุการณ์ในพุทธประวัติเล่าว่าพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดเทวดาชั้นดาวดึงส์ ผู้เคยมาเกิดเป็นพระนางสิริมหามายา เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จกลับมายังโลกมนุษย์ถึงเมืองสังกัสสะ ชาวบ้านต่างร่วมใจกันเดินทางไปรับเสด็จพระพุทธเจ้า เป็นที่มาของการตักบาตรเทโวโหรณะ และพระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาท เรียกว่า “ไตรโลกวิวรณปาฏิหาริย์”

ความสำคัญวันออกพรรษา

ความสำคัญของวันออกพรรษาเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พุทธศาสนิกชนเตรียมอาหารเพื่อถวายพระภิกษุสงฆ์หลังวันออกพรรษา 1 วัน ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 และพระภิกษุสงฆ์จัดพิธีกรรม “มหาปวารณา” ให้ว่ากล่าวตักเตือนซึ่งกันและกันได้ เนื่องจากพบเห็นข้อบกพร่องระหว่างจำพรรษาอยู่ด้วยกัน รวมถึงเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยระหว่างพระภิกษุสงฆ์ พระผู้ใหญ่กล่าวตักเตือนพระผู้น้อยได้ และพระผู้น้อยก็ชี้แนะพระผู้ใหญ่ที่อาวุโสกว่าได้ เพื่อจะได้ระมัดระวัง ไม่ประมาท ให้อยู่ในกรอบของพระวินัย

การ “กล่าวปวารณา” เป็นภาษาบาลีเริ่มต้นว่า "สังฆัมภันเต ปะวาเรมิ ทิฎเฐนะ วา สุเตนะ วาปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง อายัส์มันโต อะนุกัทปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปฎิกะริสสามิ"

กิจกรรมวันออกพรรษา

กิจกรรมวันออกพรรษาของแต่ละภาคในประเทศไทยนั้นปฏิบัติไม่เหมือนกัน โดยเริ่มต้นด้วยวิธีการตักบาตรเทโว เพื่อสมมติจำลองถึงวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ตักบาตรเทโว หรือ ตักบาตรเทโวโรหณะ

อาหารที่ใช้ตักบาตรเทโว นิยมใช้ ข้าวต้มมัด และข้าวต้มลูกโยน ชาวบ้านรอพระภิกษุ สามเณร เดินลงมาจากบันไดอุโบสถ หลังจากทำวัตรเช้า เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นก็สมมติว่าพระพุทธเจ้าเสด็จบันไดสวรรค์ โดยบางแห่งเปิดเพลง หรือบรรเลงดนตรี สมมติว่าเป็นเทวดาบรรเลง ชาวบ้านที่รออยู่ก็จะใส่บาตรด้วยอาหารหวาน อาหารคาว ข้าวต้มลูกโยน

วันออกพรรษา 2563 สรุปความสำคัญ กิจกรรมประเพณีวันออกพรรษา 63
วันออกพรรษา 2563 สรุปความสำคัญ กิจกรรมประเพณีวันออกพรรษา 63

ทอดกฐิน

ชาวบ้านนำผ้าใหม่ มาเย็บเป็นจีวรเพื่อถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาครบ 3 เดือน นิยมทำหลังจากออกพรรษา 1 เดือน

ทอดผ้าป่า

ทอดผ้าป่ามีประวัติมาจากในอดีตพระภิกษุสงฆ์นำผ้าที่ชาวบ้านทิ้งไว้ มารวบรวมทำความสะอาดทำผ้านุ่ง แต่เนื่องจากพระพุทธเจ้ายังไม่ได้บัญญัติให้พระภิกษุรับจีวรจากชาวบ้านได้ ชาวบ้านที่อยากถวายก็นำมาทิ้งตามทางให้พระภิกษุพบ พิธีทอดผ้าป่าในไทยถูกรื้อฟื้นขึ้นมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) โดยไม่ได้กำหนดฤดูกาลว่าต้องทำใน 1 เดือนหลังออกพรรษา

เทศน์มหาชาติ

วัดต่างๆ จัดเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ เล่าถึงพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า นิยมจัดในวันขึ้นหรือแรม 8 ค่ำ เดือน 12 เพื่อรวบรวมหารายได้เข้าวัด

เมื่อออกพรรษาแล้ว พระภิกษุสงฆ์สามารถค้างแรมสถานที่อื่นได้โดยไม่ผิดวินัย และยังได้รับอานิสงส์อีก 4 ข้อ คือ 1) ไปไหนมาไหนโดยไม่ต้องบอกลา 2) ไม่ต้องถือผ้าไตรครบชุด 3) มีสิทธิ์ได้ลาภที่เกิดขึ้นได้ และ 4) มีโอกาสได้อนุโมทนากฐิน ขยายเวลาได้อีก 4 เดือน

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่หน่วยงานรัฐ ร่วมกับเอกชน เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีอารมณ์และสุขภาพที่ดีขึ้น เช่น กิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา รวมถึงกิจกรรมที่เอกชนร่วมกันจัดทอดกฐินหลังออกพรรษา 1 เดือน เพื่อถวายผ้ากฐินให้แก่พระสงฆ์ผู้จำพรรษาครบ 3 เดือน


ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
October 02, 2020 at 05:59AM
https://ift.tt/3l6wwyp

วันออกพรรษา 2563 สรุปความสำคัญและกิจกรรมประเพณีพุทธศาสนา - ไทยรัฐ
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

Wednesday, September 30, 2020

เปิดที่มา “โรงเรียนในเครือสารสาสน์” โรงเรียนที่เคยมีรายได้เป็นอันดับ 1 ของประเทศ ก่อนเจอข่าวฉาวทำร้ายเด็กนักเรียน - ผู้จัดการออนไลน์

kerisasakti.blogspot.com


เปิดที่มาที่ไปของโรงเรียนในเครือสารสาสน์ และนายพิบูลย์ ยงค์กมล ประธานอำนวยการโรงเรียนในเครือสารสาสน์ จากวันแรกมีนักเรียนเพียง 400 คน กระทั่งปัจจุบันมีนักเรียนกว่า 90,000 คน สู่โรงเรียนที่เคยได้ชื่อว่ามีรายได้มากที่สุดในประเทศ เผยเหตุผลสร้างโรงเรียนเพราะต้องการให้ครูมีรายได้

จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอพฤติกรรมของครูประจำชั้นอนุบาล 1 ของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ถนน 345 ต.บางตะไนย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ทำร้ายเด็กนักเรียนในห้องเรียน ทั้งผลักเด็ก จับหัวดึงผม ใช้ไม้กวาดตีเด็ก โขกหัวเด็ก โดยคุณครูคนอื่นที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่มีใครห้าม เมื่อผู้ปกครองหลายคนเห็นคลิปทำให้เกิดความไม่พอใจ โดยทางผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวได้มีคำสั่งลงโทษคุณครูคนที่ก่อเหตุแล้ว โดยย้ายคุณครูสาวไปสอนนักเรียนชั้นอื่นแทน ต่อมาทางโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ออกหนังสือแถลงการณ์เผยให้ น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง หรือครูจุ๋ม พ้นสภาพบุคลากรทันที จากการทำร้ายเด็กนักเรียนในห้องเรียน นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่าครูจุ๋มจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างมาก

ต่อมานายพิบูลย์ ยงค์กมล ประธานอำนวยการโรงเรียนในเครือสารสาสน์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อเกี่ยวกับกรณีครูของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ทำร้ายเด็กนักเรียน แต่กลับกลายเป็นว่าการให้สัมภาษณ์ทำให้เกิดกระแสลบเพิ่มขึ้น โดยนายพิบูลย์ได้เผยว่า ตนเองเป็นครูมานานก็ไม่เคยมีใบประกอบวิชาชีพ อีกทั้งยังตำหนิผู้ปกครองว่าอยากได้เงินใช่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม นายพิบูลย์ ยงค์กมล เคยได้ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ผู้จัดการ 360 ไว้เมื่อปี 2555 วันนี้ MGRonline จะพาไปเปิดประวัติความเป็นมาของโรงเรียนในเครือสารสาสน์ ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรกันอีกครั้ง

นายพิบูลย์ มาจากครอบครัวที่เป็นสัตบุรุษ วัดนักบุญมาการีตา บางตาล มีพี่น้อง 9 คน เขาต้องไปอยู่บ้านเณรที่ “สามเณราลัยแม่พระนิรมลราชบุรี” หรือเด็กวัดในศาสนาคริสต์ เขาเรียนที่โรงเรียนบางตาล แล้วย้ายไปเรียนที่โรงเรียนดรุณานุเคราะห์ บางนกแขวก จังหวัดสมุทรสงคราม จนจบมัธยมฯ 6 เริ่มต้นชีวิตครูครั้งแรกตั้งแต่อายุ 18 ปี ที่ดรุณานุเคราะห์

เป็นครูอยู่เกือบปี เขาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ มุ่งมั่นจะมาเรียนต่อด้านก่อสร้าง แต่ไม่มีเงิน สุดท้ายต้องกลับเข้าสู่เส้นทางวิชาชีพครูอีกครั้งที่โรงเรียนเปรมฤดี สอนไปด้วย เรียนไปด้วย โดยสอบเทียบวุฒิ ม.8 วัดสุทัศน์ฯ แล้วสอบเข้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร สอนที่เปรมฤดีได้ 9 ปี พิบูลย์ตัดสินใจออกมาร่วมหุ้นกับเพื่อนทำโรงเรียนแห่งแรก คือ สารสาสน์พิทยา สาธุประดิษฐ์ เป็นทั้งผู้บริหาร ครูใหญ่ ครูน้อย ออกข้อสอบ พิมพ์ข้อสอบ ทำไปทำมาเพื่อนถอนหุ้นหมด

พิบูลย์กลายเป็นเจ้าของโรงเรียนเพียงผู้เดียว

ปี 2512 พิบูลย์ ชวนพี่สาวมาร่วมหุ้น เช่าที่ของกรมธนารักษ์ สร้างโรงเรียนแห่งที่ 2 คือ สารสาสน์พัฒนา ลุยอยู่ 2 ปี ไม่มีกำไร พี่สาวตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมด ทำให้เขาต้องเปลี่ยนแผนใหม่ เพราะหากทำแค่โรงเรียนสายสามัญ เก็บค่าเล่าเรียนเทอมละ 450 บาท ไม่มีทางได้กำไรคืนทุนแน่ เขาหันไปลงทุนเปิดโรงเรียนพาณิชย์สาธุประดิษฐ์ เนื่องจากโรงเรียนพาณิชย์สามารถเก็บค่าเล่าเรียนได้ถึง 3,000 บาท เริ่มปีแรกมีเด็กสมัครเรียนเพียง 80 คน ปีต่อๆ มามีเด็กจบ ม.3 มาสมัครเกือบ 500 คน ประกอบกับแนวคิดเรื่องการเรียนสายอาชีพเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้โรงเรียนพาณิชย์สร้างรายได้เติบโต อย่างต่อเนื่องและจุนเจือโรงเรียนสายสามัญทั้งสองแห่ง

พิบูลย์มองไปไกลอีกว่า โรงเรียนต้องมีการพัฒนาด้านภาษา เขาจัดการส่งลูกชาย 2 คนไปเรียนที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนั่นเป็นที่มาของการทดลองเปิดหลักสูตรภาษาอังกฤษ “เอ็กซ์ตร้า” ที่ “สารสาสน์พิทยา” ก่อนเปิดเป็นโรงเรียนสองภาษาแห่งแรกใช้ชื่อว่า สารสาสน์เอกตรา เมื่อปี 2537

การเปิดโรงเรียนสองภาษาถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ “สารสาสน์” เนื่องจากหลักสูตรสองภาษา สามารถเพิ่มอัตราค่าเล่า เรียนแบบก้าวกระโดดจากไม่กี่ร้อยบาทเป็นปีละ 20,000 บาท ขณะเดียวกัน ปรับเพิ่มวิชาภาษาอังกฤษในหลักสูตรสายสามัญ โดยคิดค่าเรียนเพิ่มจากปกติอีก 4 วิชา 4,000 บาท เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกได้เรียนภาษาอังกฤษเข้มข้นขึ้น เพียงแต่มีเงื่อนไขคือ ใช้ครูไทยเป็นผู้สอน ไม่ใช่ครูต่างชาติเหมือนหลักสูตรสองภาษา

จากโรงเรียนสายสามัญแห่งแรกที่สารสาสน์พัฒนา ค่าเทอมเทอมละ 450 บาท วันนี้เพิ่มเป็น 3,000 บาท บวกวิชาภาษาอังกฤษอีก 4 วิชา 4,000 บาท หลักสูตรสองภาษาจากปีละ 20,000 บาท เป็น 50,000-60,000 บาท ล่าสุด พิบูลย์เริ่มเปิดหลักสูตรนานาชาติที่สารสาสน์วิเทศบางบอน คิดค่าเล่าเรียนปีละ 1 แสนบาท เพื่อขยายตลาดในกลุ่มชนชั้นกลาง

จนถึงล่าสุด เครือสารสาสน์มีโรงเรียนทั้งหมดเเกือบ 50 แห่ง แบ่งเป็นโรงเรียนหลักสูตรสองภาษา หลักสูตรสามัญและหลักสูตรอาชีวศึกษาอีก โดยเฉพาะช่วง 20 ปีหลัง สารสาสน์ขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ทั้งการสร้างโรงเรียนและซื้อกิจการโรงเรียนเก่ามาทำใหม่

นายพิบูลย์เคยได้ให้สัมภาษณ์กับ MGR Online ว่า “ผมเลือกทำเลเอง ผมมีนายหน้าหาที่ดินแล้วก็นั่งรถไปดูที่ อย่างเวลานี้เป็นยุคของหมู่บ้านจัดสรร คนซื้อบ้านต้องมีครอบครัว มีลูกก็ต้องไปโรงเรียน หมู่บ้านจัดสรรต้องอาศัยโรงเรียน บางแห่งมีกฎข้อบังคับต้องเหลือที่ดิน 7-8 ไร่ เปิดโรงเรียนเพื่อแลกสิทธิประโยชน์บีโอไอ ไม่ต้องเสียภาษี ที่หมู่บ้านสยาม พระสมุทรเจดีย์ ก็แบบนี้ ผมเปิดโรงเรียนสารสาสน์สมุทรสารมีเด็กร่วม 3,000 คน”

สำหรับการลงทุนโรงเรียนแห่งหนึ่งใช้เงินไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าที่ดิน 20-30 ไร่ ประมาณร้อยกว่าล้าน ก่อสร้างอาคารอีก 70-80 ล้านบาท พิบูลย์บอกว่า ธนาคารยินดีปล่อยเงินกู้อย่างต่อเนื่อง เพราะมีหลักประกันด้านรายได้จากหลักสูตรสองภาษา ต้องการเงินลงทุนก็กู้ ปีหนึ่งเสียดอกเบี้ยปีละ 70 ล้านบาท

นายพิบูลย์เคยยอมรับว่า สารสาสน์โตได้เพราะสองภาษา ถ้าเปิดสอนเฉพาะสายสามัญ อาศัยเพียงเงินค่าเทอมไม่กี่พันบาทและเงินอุดหนุนจากรัฐ ไม่มีทางขยายสาขาได้มากมาย จากนักเรียนสารสาสน์พิทยารุ่นแรกเพียง 400 คน วันนี้เครือสารสาสน์ทั้งหมดเกือบ 50 แห่ง มีนักเรียนรวมกว่า 90,000 คน เพิ่มขึ้นปีละ 4,000-5,000 คน ซึ่งหมายถึงสารสาสน์ยังขยายได้อีกไม่จำกัด แต่ปัจจัยสำคัญมาจากคุณภาพและการไม่หวังกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว เขาขยายโรงเรียนสารสาสน์ไม่หยุดไม่ใช่ไม่รู้จักพอ ทั้งที่โรงเรียนแห่งเดียวก็กินใช้ได้ไม่หมด แต่ทำเพราะครูส่วนใหญ่ยังลำบาก อยากช่วยครูมีรายได้ ครูมีเงินซื้อรถยนต์ อยู่ดีกินดี จุดสูงสุดคือ ครูมีรายได้ดี โรงเรียนไปได้ดี และเด็กมีคุณภาพ ทั้งหมดมาจากความเป็นครูที่เริ่มจาก “ศูนย์” ทำให้ “สารสาสน์” ขยายใหญ่โตได้อย่างทุกวันนี้

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
October 01, 2020 at 12:05PM
https://ift.tt/2SdT8Az

เปิดที่มา “โรงเรียนในเครือสารสาสน์” โรงเรียนที่เคยมีรายได้เป็นอันดับ 1 ของประเทศ ก่อนเจอข่าวฉาวทำร้ายเด็กนักเรียน - ผู้จัดการออนไลน์
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

ต้อนรับปลัดใหม่ - ไทยรัฐ

kerisasakti.blogspot.com


ส่งท้ายอำลาปลัดกระทรวงทั้ง 9 ที่พ้นราชการไปเพราะการเกษียณอายุพร้อมกับหัวหน้าส่วนราชการเทียบเท่าปลัดกระทรวงอีก 3 ราย เมื่อวานนี้แล้ว

ก็ถึงโอกาสที่จะต้องต้อนรับผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 9 ทั้ง 12 ในวงราชการ ที่สมัยก่อนเรียกว่าเป็น ซี.11 อันประกอบด้วย

1.นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร ที่มาเป็น ปลัดกระทรวงการคลัง 2.นายธานี ทองภักดี เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ที่มาเป็นปลัดกระทรวงการต่างประเทศ 3.นางพัชรี อาระยะกุล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มาเป็นปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

4.นายสิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ที่มาเป็นปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 5.นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ที่มาเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 6.นายชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ที่มาเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม 7.นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ที่มาเป็นปลัดกระทรวงวัฒนธรรม 8.นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา ที่มาเป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 9.นายเกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต ที่มาเป็นปลัดกระทรวงสาธารณสุข

กับอีกหัวหน้าส่วนราชการ 3 ราย คือ 1.นายธนากร บัวรัษฏ์ รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ที่มาเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ 2.นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มาเป็นเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 3.พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ที่มาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ทั้งหมดนี้เป็นผู้นำสูงสุดของส่วนราชการพลเรือนที่มารับตำแหน่งใหม่ โดย ปลัดกระทรวงใหม่ ทั้ง 9 มาจากตำแหน่ง อธิบดี หรือ เทียบเท่า เช่น เอกอัครราชทูต เลขาธิการ หรือ ผู้อำนวยการ เสีย 7 ราย เลื่อนขึ้นมาจาก รองปลัดกระทรวง อีก 2 ราย ซึ่งก็ถูกต้องเหมาะสมตามครรลอง

ส่วน ผู้อำนวยการ และ เลขาธิการ ที่เลื่อนขึ้นมาจากตำแหน่งรองในหน่วยงาน 2 ราย คือ สภาพัฒน์ กับ ข่าวกรอง นั้น ก็เป็นไปตามระบบคุณธรรมในวงราชการ

มีที่น่าตะขิดตะขวงใจอยู่รายเดียว คือตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในราชการพลเรือน สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องรายงานผ่านปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

แต่ผู้แต่งตั้งกลับโอนตัวบุคคลจากข้าราชการทหาร สังกัดกองทัพบก กระทรวงกลาโหม ซึ่งอ้างว่าผ่านความเห็นชอบจากสภาความมั่นคงแห่งชาติแล้ว มาดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563

เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน ที่นี่ไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์ในแง่ของตัวบุคคล จะเป็น พลเอก จากที่ไหนมาก็คิดอย่างนี้เขียนอย่างนี้

เพราะนี่ไม่ชอบด้วยหลักคุณธรรมในวงราชการอย่างชัดเจน.

“ซี.12”

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
October 01, 2020 at 05:01AM
https://ift.tt/3kZuRKY

ต้อนรับปลัดใหม่ - ไทยรัฐ
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

อยากรู้จัด ๆ - ไทยรัฐ

kerisasakti.blogspot.com

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ผมได้เขียนถึงการรื้อฟื้นให้กลับมา มีคณะกรรมการดำเนินงานจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลในบริษัท ไทยลีก จำกัด อีกครั้ง โดยตอนนั้นเป็นข่าวที่มาจากวงในล้วน ๆ

ซึ่งมาถึงตอนนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก็จัดตั้ง “บอร์ดไทยลีก” ขึ้นมาจริงๆ

โดยมีความชัดเจนจากการที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ส่งอีเมลแจ้งให้บรรดาสโมสรสมาชิก ได้รับทราบกันเป็นที่เรียบร้อย

สำหรับโครงสร้างของคณะกรรมการดังกล่าว มี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นั่งเป็นประธานโดยอัตโนมัติ อันเนื่องมาจากตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ “บิ๊กอ๊อด” เป็นอยู่

ส่วนตัวแทนจากสโมสรสมาชิกในไทยลีก 1 จากเดิมจะมอบสิทธิ์ให้ 5 ทีม แต่สุดท้ายก็ปรับมาเป็น 4 ทีม ที่ได้อันดับที่ 1-4 เมื่อฤดูกาลก่อน ประกอบด้วย สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด , บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด , การท่าเรือ เอฟซี และ ทรู แบงคอก ยูไนเต็ด

โดยทีมที่หลุดโผออกไปก็คือ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่อยู่คนละขั้วกับสมาคมฯ อย่างชัดเจน

ในขณะเดียวกัน ตัวแทนจากทีมในไทยลีก 2 ซึ่งเดิมทีจะมอบสิทธิ์ให้ 3 ทีมที่อยู่ลำดับ 4-6 ในฤดูกาลก่อน แต่สุดท้ายกลายเป็น ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด กับ อุดรธานี เอฟซี ที่ได้เข้าวิน พร้อมกับ นรา ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นทีมที่ได้รับเลือกในโควตาของทีมไทยลีก 3 อีก 1 ทีม

นอกเหนือจากนั้น ก็เป็นไปตามโผเกือบทั้งหมด โดยตัวแทนจากสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ (PFA) ก็เป็น “เจ้าตี๋” สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ซึ่งเป็นนายกสมาคมฯ อยู่

ตัวแทนจากบริษัทผู้ดูแลสิทธิประโยชน์เป็น บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเพิ่งจะต่อสัญญากันออกไปยาวอีก 8 ปี

ตัวแทนจากสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬา เป็น “บิ๊กบอย” วรวุฒิ พงษ์ธีระพล ซึ่งเพิ่งขึ้นดำรงตำแหน่งนายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย มาหมาด ๆ

สำหรับตัวแทนจากฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสิน และตัวแทนจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ นั้น จะมีการแต่งตั้งและประกาศให้ทราบกันต่อไป

แต่ที่น่าสนใจที่สุด คงจะหนีไม่พ้นในส่วนของตัวแทนจากบริษัทผู้ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด ซึ่งสมาคมฯ แจ้งว่าจะให้สิทธิ์การเป็นบอร์ดไทยลีกกับ บริษัท เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ด้วย

นั่นหมายความว่า คงแน่นอนแล้วที่ บริษัท เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด จะได้ลิขสิทธ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยไปทั้งกระบิ ทุกรายการที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯเป็นคนจัด รวมถึงแมตช์ทีมชาติ

รายละเอียดของการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทย ที่มีมูลค่ามหาศาลจากทั้งหมด 8 ปี (ค.ศ.2021-2028) น่าสนใจมากครับ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมูลค่า รวมถึงข้อบังคับ และเงื่อนไขต่าง ๆ

คงไม่ใช่เฉพาะแฟนบอลเท่านั้น ที่อยากรู้ แต่บรรดาสโมสรสมาชิกทั้งหลายก็อยากทราบเช่นกัน

โดยแหล่งข่าวมีการโพล่งออกมาว่า จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 ต.ค. ระหว่างนี้ก็รอการคอนเฟิร์มกันไปก่อน และก็หวังว่าจะไม่มีการเลื่อนออกไปอีก

ส่วนตัวแล้ว ก่อนที่จะคิดถึงเรื่องอื่นใด ผมอยากแค่รู้ว่า บริษัท เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด จะเข้ามามีส่วนช่วยเหลือ ในช่วงสูญญากาศที่ฟุตบอลไทยลีก กำลังจะหมดสัญญาการถ่ายทอดสดกับทรูวิชั่นส์ ในวันที่ 25 ต.ค. ด้วยหรือไม่-อย่างไร

มั่นใจว่าคำถามนี้หลาย ๆ คนคงรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่ออยู่เช่นกัน

พาวเวอร์บอมบ์

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
October 01, 2020 at 06:29AM
https://ift.tt/2SaE0nL

อยากรู้จัด ๆ - ไทยรัฐ
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

วัยรุ่นศรีสะเกษ เขม่นกันในสถานบันเทิง ออกมายกพวกปาระเบิด-ยิงใส่กัน - ช่อง 7

kerisasakti.blogspot.com
เช้านี้ที่หมอชิต - โลกออนไลน์เผยคลิปวัยรุ่นจังหวัดศรีสะเกษ ยกพวกปาระเบิดและยิงใส่กัน หลังสถานบันเทิงปิด ปมเหตุเขม่นกับวัยรุ่นเจ้าถิ่น เคราะห์ดีไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

นี่เป็นคลิปวิดีโอที่มีผู้บันทึกเอาไว้ได้ ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นยกพวกเข้าชกต่อย ปาระเบิด และยิงปืนใส่กันอย่างอุกอาจ โดยเจ้าของคลิปได้นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์

ขณะที่กล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณดังกล่าว สามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุเอาไว้ได้ จากภาพเผยให้เห็นกลุ่มวัยรุ่นนับ 10 คน ที่กำลังทะเลาะวิวาทกัน ต่างฝ่ายต่างปาประทัดยักษ์ และระเบิดประดิษฐ์เองเข้าใส่กัน และมีการยิงปืนใส่กันหลายนัด ก่อนที่ทั้งหมดจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ขณะที่ตำรวจสายตรวจเข้าระงับเหตุ เหตุเกิดช่วง 02.00 น.ของวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา บนถนนศรีสะเกษ-อุบลราชธานี

หลังเกิดเหตุ ตำรวจสามารถรวบตัววัยรุ่นชายอายุ 18 ปี ได้ 1 คน สอบสวนทราบว่าเป็นวัยรุ่นที่มาจากอำเภอศิลาลาด เข้ามาเที่ยวในตัวเมืองพร้อมพวก และได้เกิดทะเลาะกับวัยรุ่นเจ้าถิ่น เนื่องจากเขม่นกันในสถานบันเทิง แต่ไม่ยอมซัดทอดเพื่อนในกลุ่ม เคราะห์ดีที่เหตุดังกล่าวไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยตำรวจเร่งแกะรอยจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุแล้ว

หลังเกิดเหตุ พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับการ สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้เรียกประชุม เพื่อเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ออกตระเวนตรวจสอบความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่ล่อแหลมทุกชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงที่สถานบันเทิงกำลังจะปิด และหลังปิด เพราะอาจเกิดเหตุทะเลาะวิวาท และหากเกิดเหตุสามารถเข้าระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที ก่อนเหตุบานปลาย

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
October 01, 2020 at 08:25AM
https://ift.tt/2SdxYCD

วัยรุ่นศรีสะเกษ เขม่นกันในสถานบันเทิง ออกมายกพวกปาระเบิด-ยิงใส่กัน - ช่อง 7
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

Monday, September 28, 2020

รถยนตร์ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมแห่งปี 2020...Volvo S60 T8 Twin Engine AWD - Hello Magazine

kerisasakti.blogspot.com

วันนี้ทาง Volvo Car ได้จัดกิจกรรม "The All-New Volvo S60 Your Signature Drive" ที่มาพร้อมกับประสบการณ์การเดินทางจริงโดยรถรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Volvo S60 T8 Twin Engine AWD ให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์จริงบนท้องถนน รถคันนี้ยังครองตำแหน่งสุดยอดนวัตกรรมแห่งปี จากงาน Product Innovation Awards 2020 อีกด้วย! 

Volvo S60 T8 Twin Engine AWD

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ขับ Volvo S60 T8 Twin Engine AWD โดยใช้เส้นทางจากกรุงเทพฯไปพัทยา ในระหว่างขับรถ จะมีผู้เชี่ยวชาญจาก Volvo Car คอยให้คำแนะนำฟีเจอร์ต่างๆกับผู้ใช้งาน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเข้าสู่ทางโค้ง ทางชัน ทางแยก ฯลฯ เสริมรับประสบกาณ์ใช้จริงในการดูแลของผู้เชี่ยวชาญอย่างปลอดภัย เป็นประสบการณ์การขับรถที่เปี่ยมไปด้วยความรู้จริงๆ อยากจะขับไปด้วยจดความรู้ไปด้วยเลยค่า!

หนึ่งวันเต็มกับการลองขับ Volvo S60 T8 Twin Engine AWD

Product Innovation

ดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากค้อนธอร์ เสริมภาพลักษณ์ของผู้ใช้ ให้ดูมีความมั่นใจตลอดเวลา ไม่ว่าจะขับในช่วงกลางวันหรือกลางคืนก็ตาม การพัฒนาในส่วนของชุดเทคโนโลยีความปลอดภัย ที่เพิ่มความมั่นคงให้กับผู้ใช้ระหว่างการขับรถ โดยมีส่วนที่อยากจะไฮไลต์ดังตอนไปนี้ 

- ระบบไฟหน้า LED Headlights with ABL (Active Bending Lights) ถูกออกแบบมาเพื่อมอบความสว่างเมื่อเจอทางโค้งหรือแยกบนถนน Function นี้ถือว่าเป็นความเอาใจใส่คนขับรถตอนกลางคืนที่ต้องการวิสัยทัศน์เวลาเข้าโค้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งกีดขวางอยู่ตรงหน้า

- ระบบ Head-Up Display สร้างขึ้นมาเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับคนขับรถ เวลามอง Display ของรถจะได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะข้อมูลจะถูกแสดงขึ้นมาบนกระจกรถเลย!

- ระบบกล้อง 360 องศาที่ทำงานร่วมกับ Sensor ซึ่งติดตั้งทั้งบนกระจกหน้ารถและกันชนหลังรถ เป็นระบบที่สะดวกมากสำหรับใช้งานในที่แคบหรือเวลาจอดรถ เพราะรถจะสามารถจับสิ่งกีดขวางได้ทันที พร้อมกับโชว์ให้เราเห็นจากกล้อง 360 องศาอีกด้วย

"The All-New Volvo S60 Your Signature Drive"

Cr. Volvo Carนอกเหนือจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ทำเวิร์กช็อปพิเศษ โดยมี "คุณแฝด-ประสิทธิ์ ลิมปสถิรกิจ" เจ้าของ Instagram (21Day) ที่โด่งดังในโลกโซเชียล จะมาแชร์เทคนิคการถ่ายภาพ ด้วยสมาร์ทโฟนให้มีความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นในขณะเดียวกัน เรียกได้ว่าได้ทั้งความรู้และสัมผัสประสบการณ์ไปพร้อมๆกันในทริปเดียวค่า!

Cr. Volvo Car

คุณแฝดกำลังสอนวิธีการถ่ายภาพ Cr. Volvo Car

สอบถามรายละเอียดจาก แอดไลน์ @VolvoCarsTH
หรือโทรศัพท์ 02 305 4499

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
September 28, 2020 at 06:58AM
https://ift.tt/3kTxjmg

รถยนตร์ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมแห่งปี 2020...Volvo S60 T8 Twin Engine AWD - Hello Magazine
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

"กัน นภัทร" เปิดใจ พี่สาวจ่อฟ้องชาวเน็ต ที่ผ่านมาเจอถล่มหนัก ลามถึงครอบครัว - Sanook

kerisasakti.blogspot.com

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่เจอกับกระแสของชาวเน็ตในโลกโซเชียลเข้ามาคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานาด้วยถ้อยคำที่บั่นทอนหัวจิตหัวใจแบบสุดๆ สำหรับนักร้อง/นักแสดง กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ เท่านั้นยังไม่พอ บางคนยังลามต่อว่าไปถึงคนในครอบครัว จนพี่สาวของตนต้องลุกขึ้นมาโพสต์ข้อความเตรียมดำเนินคดีกันเลยทีเดียว

ล่าสุด กัน นภัทร ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวเผยว่าที่ผ่านมาต้องเจอกับกระแสโจมตีอย่างหนักหน่วง ทั้งตนเองและคนในครอบครัวก็โดนไปหมด ยอมรับมีเสียความรู้สึกจึงทำให้พักหลังมานี้แทบจะไม่อ่านคอมเมนต์เลย ด้านพี่สาวที่บอกว่าจะฟ้องนั้นมีโอกาสได้คุยกันแล้ว คงไม่คิดเอาเรื่องใคร เนื่องจากไม่อยากให้วุ่นวายไปมากกว่านี้ และเชื่อว่าจากประสบการณ์หลายๆ อย่างในวงการบันเทิง คงทำให้ชาวเน็ตมีสติในการวิพากษ์วิจารณ์กันมากขึ้น

ถามถึงเรื่องที่พี่สาวเราจะดำเนินคดีฟ้องชาวเน็ตที่มาต่อว่า ?
“ผมเห็นเขาลงเฉยๆ ครับ แต่ไม่ได้ฟ้องหรอกครับ คือเรื่องนี้มันมีประเด็นมานานแล้ว สักพักใหญ่ๆ ซึ่งทางพี่สาวและคนทางบ้านก็จะชอบแคปเก็บเอาไว้ มีหลักฐานไว้บ้าง แต่พอเราได้มานั่งคุยกันว่าเราจะเอาเรื่องเขาไหม สุดท้ายก็ตกลงว่าไม่เป็นไรหรอก ก็ปล่อยผ่าน ไม่อยากให้มีอะไรต่อกันที่มันวุ่นวายกว่านี้ครับ”

แต่ก่อนหน้านี้ครอบครัวเราก็โดนผลกระทบที่หนักมาก ?
“หนักครับ ก็โดนพาดพิงไปถึงครอบครัว ถึงตัวเราเองด้วย ถึงคนในครอบครัวหลายๆ คน มันก็แรงอยู่เหมือนกันครับ”

มีคำไหน หรือประโยคไหนที่ทำให้พี่สาวเรารู้สึกว่ายอมไม่ได้ ?
“โห มันมีหลายคำเลยครับ ผมก็ไม่ได้โฟกัสคำไหนเป็นพิเศษ แต่มันก็จะมีแรงมากๆ แบบถึงขั้นแช่งเราขนาดนี้เลยเหรอ ถึงขั้นด่าว่าเราและคนในครอบครัวเราขนาดนี้เลยเหรอ จนหลังๆ ผมไม่อ่านเลยครับ ผมจะไม่ค่อยอ่านคอมเมนต์อะไรเลย”

ทำไมเราถึงตัดสินใจไม่เอาเรื่อง ?
“ผมคิดว่ายิ่งเราไปเอาเรื่อง เดี๋ยวมันก็จะมีผลกระทบอื่นๆ ตามมาอีก แล้วมันก็จะไม่จบไม่สิ้น”

แต่ถ้าเราไม่เอาเรื่อง เขาจะไม่ยิ่งได้ใจเหรอ ?
“เอ่อ... มันก็ไม่รู้เหมือนกัน คิดได้หลายมุมครับ แต่เขาก็มีฟีดแบคมาแล้วเนอะกับข่าวของคนอื่นที่เขาเอาเรื่อง ผมคิดว่าพอมันมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น มันคงมีการระวังตัวกันมากขึ้นแล้วว่าเวลาเราจะทำอะไร เราควรจะคิดก่อน ควรจะไต่ตรองก่อนที่จะไปว่าร้ายเขา ไปกล่าวหาเขาในสิ่งที่ทำไมรุนแรงขนาดนี้”

พอพี่สาวเราโพสต์ไป มีคนเข้ามาขอโทษบ้างไหม ?
“ก็มีครับ ก็ได้เห็นในข้อความที่ส่งอินบ็อกซ์มาหาพี่สาวว่าขอโทษนะที่เคยได้กล่าวหาครอบครัว ในสิ่งที่เราพูดไปเราไม่ได้วิเคราะห์หรือว่าเสพข่าวที่ถูกต้องก่อน ก็มาขอโทษยาวมาก ผมไม่รู้ว่าขอโทษด้วยความจริงใจหรือเปล่า หรือกลัวเพราะความผิดที่เราจะฟ้องร้องเขา คือถ้าขอโทษด้วยความจริงใจผมก็เข้าใจ ผมโอเค ผมไม่ได้อะไร”

พอเวลาผ่านไป ใจเราเย็นขึ้น มีสติมากขึ้น เราให้อภัยคนเหล่านั้นไหม ?
“อย่างที่บอกว่าถ้าเขาขอโทษด้วยความจริงใจ เราก็พร้อมให้อภัยอยู่แล้ว”

แต่ถ้ายังมีคนที่เข้ามาด่าต่ออีก จะทนอีกไหม หรือว่าจะเอาจริงแล้ว ?
“ผมว่าไม่น่าจะมีเยอะแล้วครับตอนนี้ เราก็ใช้ชีวิตของเราต่อไป เราไม่ได้ไปมุ่งทำอะไรไม่ดีอยู่แล้ว คือหลังๆ ผมก็พยายามไม่เสพอะไรพวกนี้มากแล้ว เท่าที่ผ่านๆ มามันก็จะมีแต่สิ่งที่แบบ เอ่อ... คนเขาก็จะว่าเรา ว่าครอบครัวเราเยอะ เราก็ปลงๆ ครับ”

คุณพ่อคุณแม่ว่าอย่างไรบ้าง ?
“คุณพ่อคุณแม่ก็เฉยๆ ครับ บอกว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไปลูก ทุกคนเข้าใจแล้วก็พร้อมสู้ไปด้วยกันครับ”

ตอนนี้ใจแข็งแรงพร้อมจะเปิดรับกับสิ่งที่เข้ามามากขึ้นใช่ไหม ?
“ต้องแข็งแรงมากเลยนะครับ ผมคิดว่าผมแข็งแรงแล้ว แต่ว่าบางทีบางวันมันก็มีแบบไม่ไหวเหมือนกัน มีเหนื่อยบ้าง มีแบบ เฮ้อ... ทำไมขนาดนี้เลยนะ คือสิ่งที่เรามาจากวันแรกที่เราเข้ามาในตรงนี้กับวันนี้ บางทีแบบรู้สึกว่า โห... ทำไมเราเจออะไรเยอะขนาดนี้ ทำไมเราเจออะไรรุนแรงขนาดนี้ ทั้งที่เราก็ไม่ได้คิดอะไร ไม่เคยคิดไม่ดีต่อใคร ไม่เคยมุ่งร้ายต่อใคร แต่ว่าทำไมในบางมุมคนที่เขามาเรามา เข้ากลับมองในมุมนี้ของเรา เขากลับว่าเรา กลับว่าครอบครัวเรา บางทีมันก็แบบที่เราทำมามันทำเพื่ออะไร ทำเพื่อใคร”

เคยเสียน้ำตากับประโยคที่คนมาด่าทอไหม ?
“ไม่เสียน้ำตาครับ แค่เสียความรู้สึกบ้าง แล้วก็พยายามถอยหลังตัวเองกลับมา ทุกวันนี้ผมก็พยายามไม่ค่อนเสพอะไรเยอะนะครับ อะไรที่มันเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อตัวเรา กระทบกับจิตใจเรา เราก็พยายามมองข้าม แล้วก็โฟกัสกับสิ่งที่เราทำ การงานของเรา ทุกวันนี้กลับบ้านก็นั่งสมาธิสวดมนต์ทุกวัน”

เรามีปิดคอมเมนต์บ้างไหม หรือว่าปล่อยให้เขาคอมเมนต์ไป ?
“ไม่ปิดดีกว่าครับ แค่เลือกที่จะไม่อ่าน เบือกุที่จะอ่านแต่สิ่งที่ดีๆ”

พี่สาวเราก็โอเคว่าไม่ฟ้องแล้วใช่ไหม ?
“พี่สาวโอเคครับ คุยกันแล้วว่าคงไม่ฟ้องหรอก ไม่อยากเอาเรื่องอะไรเขา ไม่อยากให้เรื่องราวมันใหญ่โตมากไปกว่านี้นะครับ เท่านี้มันก็วุ่นวายมากพอแล้ว ถ้าเขาขอโทษเราจริงๆ เขาบริสุทธิ์ใจที่รู้สึกผิดจริงๆ ต่อสิ่งที่เขาว่าเรา ก็พร้อมให้อภัยครับ”

ที่บอกว่าเข้าทางธรรมนี่ระดับไหน ?
“ไม่ระดับไหน ปกติแค่ก่อนนอนก็สวดมนต์ แต่แค่อาจจะสวดยาวขึ้น ชินบัญชร นั่งสมาธิให้ยาวขึ้น ปกติเวลามีบทสวดก็จะมีแผ่เมตตา ก็แผ่เมตตาให้พวกนี้แหละเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายสิ่งที่มาคอยจองล้างจองผลาญเรานี่แหละ (ยิ้ม) คำถามอะไรที่เราไม่ค่อยอยากตอบ อธิษฐานว่าขอให้เจอแต่คำถามที่ดีๆ นะครับ”

เรามองว่าชาวเน็ตที่มาว่าเราเป็นเจ้ากรรมนายเวรไหม ?
“เอาอีกละ ไม่ ให้แต่สิ่งดีๆ”

มีสติมากขึ้นไหมทุกวันนี้ ?
“มีมากขึ้นนะ รู้สึกว่าพอเรามีสมาธิมากขึ้นมันก็ดีกับงานของเราด้วย ถ่ายละคร เรามีคอนเสิร์ตต่างๆ ก็ทำให้รู้สึกว่าเมื่อก่อนเราไม่เคยทำ ไม่ได้โฟกัสขนาดนี้ หลังๆ พอทำเป็นนิสัยก็ทำให้รู้สึกว่ามีสมาธิมากขึ้น”

ไม่ถึงขั้นไปปฏิบัติธรรม นุ่งขาวห่มขาวใช่ไหม ?
“ไม่ครับ ยังไม่ขนาดนั้น”

สาวๆ มีเข้ามาใหม่บ้างหรือยัง ?
“ไม่มีครับ ตอนนี้ขออยู่ในถ้ำก่อน อยู่ในที่สงบๆ ของผม อยู่กับต้นไม้ใบหญ้าของผมไป”

พีอาร์สั่งห้ามมีหรือเปล่า ?
“ไม่เกี่ยว มีใครสั่งห้ามผมได้ด้วยหรอ (หัวเราะ) ไม่มีครับ ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา”

ตอนนี้ก็ขอพักก่อน ?
“ก็พักก่อนครับ”

ตอนนี้โฟกัสกับต้นไม้ไปถึงไหนแล้ว ?
“ขยายพันธุ์อยู่ครับ แต่ไม่ซื้อเพิ่มแล้ว แม่ด่า เอาที่มีอยู่ไม่ให้ตายก่อน แล้วค่อยเพาะขยายพันธ์จากสิ่งที่มีอยู่ แล้วก็ไปดูคอนเสิร์ตด้วยนะครับ ลูกกรุง อิน คอนเสิร์ต 3 สิ่งที่เป็นผลงานผมก็อยากให้ติดตามด้วย แล้วเดี๋ยวจะมีละครกับทางช่องวัน แนวบ้านๆ ผู้ใหญ่สันต์กำนันศรี นะครับ”

ตอนนี้โสด ?
“โสดครับ”

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
September 29, 2020 at 06:35AM
https://ift.tt/30cEjCM

"กัน นภัทร" เปิดใจ พี่สาวจ่อฟ้องชาวเน็ต ที่ผ่านมาเจอถล่มหนัก ลามถึงครอบครัว - Sanook
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

Sunday, September 27, 2020

Galaxy A72 เตรียมขึ้นแท่นเป็นมือถือรุ่นแรกของ Samsung ที่มากับกล้องหลัง 5 ตัว คาดเปิดตัวต้นปีหน้า - Droidsans

kerisasakti.blogspot.com

ตอนนี้มีข่าวลือว่า Samsung ยักษ์ใหญ่ของวงการสมาร์ทโฟน เตรียมเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับกล้องหลัง 5 ตัว แต่รุ่นที่จะเบิกร่องนำเทคโนโลยีกล้องขนาดนี้ไปใช้กลับไม่ใช่ซีรีส์เรือธงอย่าง Galaxy Note, S หรือ Z Fold นะ แต่เป็นรุ่นกลาง Galaxy A72 ต่างหาก ซึ่งคาดว่าน่าจะมาให้เห็นกันในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 ที่จะถึงนี้

โดยสื่อเกาหลีใต้รายงานว่า Galaxy A72 เตรียมขึ้นแท่นเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Samsung ที่อัดกล้องหลังมาให้แบบจัดเต็มถึง 5 ตัว ซึ่งสเปคกล้องของมือถือรุ่นนี้ก็ตามนี้เลย

  • กล้องหลัก 64MP 
  • กล้อง Ultra-Wide 12MP 
  • กล้อง Telephoto 8MP ซูมแบบ Optical 3x
  • กล้อง Macro 5MP 
  • กล้อง Depth Sensor 5MP 

ส่วนกล้องหน้าของ Galaxy A72 ก็คาดว่าน่าจะใส่เป็นตัวเซ็นเซอร์ความละเอียดสูง 32MP มาให้ แต่ทั้งนี้ต้องบอกว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้นนะครับ แม้ว่า Galaxy A72 จะมากับกล้องหน้า-หลังรวมกัน 6 ตัวจริง แต่สเปคของกล้องแต่ละตัวอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง

คาดว่านอกจาก Galaxy A72 ที่ Samsung จะขนมาเปิดตัวในช่วงต้นปีหน้าแล้ว ยังอาจจะมี Galaxy A52 มือถือภาคต่อของรุ่นสุดคุ้มอย่าง Galaxy A51 มาเปิดตัวพร้อมๆ กันอีกด้วย อย่างไรก็ดี ตัว Galaxy A52 น่าจะใส่กล้องหลังมาให้เพียงแค่ 4 ตัวเหมือนเดิม แต่น่าจะมีการอัปเกรดในเรื่องของเซ็นเซอร์กล้องแต่ละตัวอีกที

ก่อนหน้านี้ Samsung ก็เคยนำร่องเป็นเจ้าแรกของโลกที่ใส่กล้องหลัง 4 ตัวไว้ในสมาร์ทโฟนของตัวเองมาแล้วใน Galaxy A9 (2018)

ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดนะที่ Samsung จะทดลองใส่กล้องมาให้กับ Galaxy A72 ที่มีสถานะเป็นเพียงแค่มือถือระดับกลางของพวกเขาเท่านั้น แทนที่จะใส่ไปไว้ในรุ่นท็อปๆ อย่าง Galaxy Note, S หรือ Z Fold แทน เพราะเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา พวกเขาก็เคยเปิดตัว Galaxy A9 (2018) มือถือรุ่นแรกของโลกที่มากับกล้องหลัง 4 ตัวมาแล้วทีนึง

ที่มา: sammobile

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
September 28, 2020 at 08:00AM
https://ift.tt/3mUH1qh

Galaxy A72 เตรียมขึ้นแท่นเป็นมือถือรุ่นแรกของ Samsung ที่มากับกล้องหลัง 5 ตัว คาดเปิดตัวต้นปีหน้า - Droidsans
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

ยุโรป ใกล้สรุปกรอบกฎหมายที่เป็นรูปธรรม ในอุตสาหกรรมคริปโท - efinanceThai

kerisasakti.blogspot.com

          คณะกรรมาธิการยุโรป ใกล้สรุปกรอบกฎหมายในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี สำหรับประเทศสมาชิก โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการออก stablecoins

          คณะกรรมาธิการยุโรป  (European Commission : EC) องค์กรฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมาว่า EC ได้นำเสนอแพ็คเกจการเงินดิจิทัลใหม่อย่างเป็นทางการซึ่งรวมถึงการเงินดิจิทัล และกลยุทธ์การชำระเงินรายย่อย ตลอดจนข้อเสนอทางกฎหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล และนับเป็นครั้งแรกที่ทาง EC ได้เสนอกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล

          ข้อเสนอทางกฎหมายใหม่ดังกล่าว EC ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ stablecoins ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลประเภทหนึ่งที่ตรึงมูลค่าไว้กับการอ้างอิงภายนอก เช่น ดอลลาร์สหรัฐ หรืออัลกอริทึม โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแนะนำข้อกำหนดที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับผู้ออก stablecoin ในแง่ของเงินทุน สิทธิของผู้ลงทุน และการกำกับดูแล

          EC มีเป้าหมายที่จะกำหนดให้ผู้ออก stablecoin ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่มีอำนาจในประเทศ หากจำนวนเงินที่คงค้างของ stablecoin เกินกว่า 5 ล้านยูโร (5.8 ล้านดอลลาร์) นอกจากนี้ EC ต้องการให้ผู้ออกสินทรัพย์ดิจิทัล เผยแพร่ White Paper แต่จะยกเว้นสำหรับองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลาง

          ปัจจุบันแพ็คเกจนี้อยู่ภายใต้การพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติของ EC,รัฐสภายุโรปและสภายุโรป


         ที่มา : cointelegraph

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
September 27, 2020 at 06:32PM
https://ift.tt/3cDDZlB

ยุโรป ใกล้สรุปกรอบกฎหมายที่เป็นรูปธรรม ในอุตสาหกรรมคริปโท - efinanceThai
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

วิกฤตขัดแย้งแก้รัฐธรรมนูญ...ซ้ำเติมฟื้นเศรษฐกิจไทย - โพสต์ทูเดย์

kerisasakti.blogspot.com

วิกฤตขัดแย้งแก้รัฐธรรมนูญ...ซ้ำเติมฟื้นเศรษฐกิจไทย

วันที่ 28 ก.ย. 2563 เวลา 08:40 น.

คอลัมน์ เศรษฐกิจรอบทิศ

เมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมามีการประชุมรัฐสภาเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญซึ่งมีถึง 6 ญัตติเป็นการประชุมที่ดุเดือดมีการแบ่งออกเป็นกลุ่มที่ต้องการรุกแก้มาตราที่มาของส.ว. และอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะการมีสิทธิ์โหวตนายกรัฐมนตรี ขณะที่อีกกลุ่มส่วนใหญ่เป็นซีกรัฐบาลและส.ว.ต้องการรักษาฐานที่มั่นและอยากได้รัฐธรรมนูญที่ยังคงให้ผู้มีอำนาจยังคงอยู่ต่อไปนาน ๆ  เป็นที่ทราบกันดีว่าการเมืองทั้งของไทยและทุกประเทศเป็นเรื่องของการแข่งขัน-ช่วงชิง-แบ่งปันเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและผลประโยชน์ ในระบอบประชาธิปไตยต้องหาพวกเยอะ ๆ ไม่มีเพื่อน ไม่มีศัตรูที่ถาวร อาศัยประชาชนเป็นฐานสนับสนุนผ่านการเลือกตั้งพอหย่อนบัตรเสร็จก็หมดหน้าที่ทำอะไรไม่ได้ไปรอดูหน้าทีวีหรือโซเซียลมีเดียเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องยอมรับ

การผลิกโพลของรัฐสภาที่ตกลงกันไม่ได้เกี่ยวกับการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเห็นไม่ตรงกันนำไปสู่การตั้ง “กรรมธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ” แต่ฝ่ายค้านไม่เล่นด้วยเห็นว่าเป็นการเตะถ่วงซื้อเวลาจึงม่เสนอชื่อส.ส.เข้าร่วมเพราะด้วยจำนวนก็แพ้โหวตอยู่ดี ท่ามกลางกระแสกดดันกลุ่มนอกสภาที่ผ่านมามีการยกระดับทั้งจำนวนคนที่เข้าร่วมและเพิ่มข้อเรียกร้องเกินเลยจากสัญลักษณ์ “ชู 3 นิ้ว” ไปมากจนดูว่าจะหาทางลงตัวได้อย่างไร    ทำให้การแก้ปัญหากำลังเข้าสู่โหมดทางตัน ข้อวิตกกังวลคือปัญหาการเมืองนอกสภาแบ่งแยกกลุ่มเห็นด้วยและเห็นต่างกำลังก่อตัวกลับไปเหมือนเมื่อ 7 ปีที่แล้วซึ่งรอบนี้จะหนักและเข้มข้นมากกว่าที่ผ่านมา ศูนย์กลางของความขัดแย้งไปตกอยู่ที่ตัวนายกรัฐมนตรี อีกทั้งกลุ่มพลังที่ออกมาส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา เยาวชน ตัวผู้นำที่แท้จริงไม่รู้ว่าเป็นใครจะเจรจากับใครก็ลำบาก การใช้กำลังเจ้าหน้าที่เหมือนเมื่ออดีตอาจมีข้อจำกัดเพราะกลายเป็นการรังแกเด็ก  ซึ่งสถานการณ์จะยิ่งบานปลายคุมกันไม่อยู่

แน่นอนสถานการณ์เช่นนี้ย่อมมีผลกระทบโดยตรงด้านเศรษฐกิจซึ่งอยู่ในภาวะตกต่ำขาดความชัดเจนไม่รู้จะฟื้นตัวได้อย่างไรเนื่องจากไปอิงกับเศรษฐกิจโลกซึ่งกำลังทรุดตัวมากสุดในรอบศตวรรษ ล่าสุดองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ระบุว่าตั้งแต่ช่วงโควิดจนถึงสิ้นสุดไตรมาส 3 มีพนักงาน-แรงงานที่มีงานประจำทั่วโลกตกงานไปแล้ว 840 ล้านคน  คิดเป็นรายได้ที่หายไปเป็นเงินไทย 110.25 ล้านล้านบาท

ขณะที่กระทรวงแรงงานและรองนายกรัฐมนตรีผู้ที่ดูแลด้านเศรษฐกิจระบุว่าการว่างงานยังปกติดีแถมมีอัตรารอคนมาสมัครอีก 1.239 ล้านตำแหน่ง ใครไม่มีงานทำให้ไปสมัครได้ที่งาน Job Expo (วันที่ 26-28 ก.ย. 63)  แสดงว่าเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งขนาด GDP ไตรมาส 2 หดตัวร้อยละ 12.2 หนักสุดเท่าที่เคยมี ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญการว่างงานครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์แต่ประเทศไทยมีงานเป็นล้านตำแหน่งแต่ไม่มีคนมาสมัคร จบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดคงมีนักวิชาการ-นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกเข้ามาดูงานและใช้เป็นกรณีศึกษาของโลก

กลับมาเรื่องเศรษฐกิจภายใต้ภาวะวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นในเวลาที่ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงเศรษฐกิจของประเทศไม่ปกติกำลังทรุดตัวจะเป็นปัจจัยซ้ำเติมการแก้ปัญหาทั้งมาตรการเยียวยา-กระตุ้นและฟื้นฟูให้ภาคเอกชนกลับมาขับเคลื่อนซึ่งปัจจุบันมาตรการต่าง ๆ ออกมาแบบกระท่อนกระแท่นมีข้อจำกัดมากมายเป็นปัจจัยลบทำให้เศรษฐกิจไทยทั้งปัจจุบันและหลังวิกฤตโควิดจะฟื้นตัวได้ลำบากและเป็นการซ้ำเติมวิกฤตให้หนักเป็นทวีคูณ เนื่องจากที่ผ่านมาเครื่องมือต่าง ๆ ในการกู้วิกฤตแทบจะไม่ทำงานสะท้อนจากดัชนีการลงทุนที่หดตัวและการนำเข้าเครื่องจักรสินค้าทุนที่หดตัวมาต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีและหนักสุดในช่วงเดือนกรกฎาคม ภาคการผลิตหดตัว

ด้านการนำข้า-ส่งออกจะหดตัวทำสถิติสำหรับด้านท่องเที่ยวที่มีโครงการกระตุ้นแพ็คเกจต่าง ๆ เช่น “เราเที่ยวด้วยกัน” มีการเพิ่มวันหยุดเดือนหน้าจะออกมาอีกชุดพร้อมด้วยเงินอุดหนุน คงช่วยเศรษฐกิจได้บ้างแต่คนส่วนใหญ่ไม่มีสตางค์ยังจะมีกระจิตกระใจไปเที่ยวอีกหรือ ด้านนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังมีแพ็คเกจ “STV : Special Tourist Visa” รอบแรกนำร่อง 300 คนคงได้เป็นแค่ลูกอมให้ชุ่มคอแต่แก้หิวไม่ได้

ในเวลาเช่นนี้คงต้องช่วยกันประคับประคองความขัดแย้งอาจเห็นต่างมีได้แต่ต้องคำนึงถึงปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ ขณะเดียวกันประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เป็นของแปลกแก้กันมา 22 ครั้งและในอนาคตคงแก้ไขกันอีกเป็นสิบครั้งถือเป็น “New Normal” ของสังคมการเมืองแบบไทย ๆ มานานแล้ว ประเด็นแก้รัฐธรรมนูญขณะนี้เป็นกระแสแรงควรให้มี “สสร.” ด้วยการสรรหาคนจากภาคส่วนต่าง ๆ รวมทั้งกลุ่มนักศึกษาให้เข้ามามีส่วนร่วมวางกรอบให้ชัดว่าจะแก้กันอย่างไรจะแก้มากน้อยเป็นบางมาตราว่ากันให้ตกผลึก แต่ที่จะให้สุดโต่งสำหรับสังคมไทยวันนี้อาจรับไม่ได้ ที่สำคัญก่อนนำไปทำประชามติต้องชี้แจงประชาชนให้เข้าใจไม่ใช่ออกมา “ซับซ้อนซ้อนเงื่อน” เหมือนคราวที่แล้วซึ่งตัวผมเองก็โดนไปด้วยเพราะเชื่อคนที่ทำว่าคงไม่มีอะไรซ่อนเร้นคราวนี้อย่าให้เขาหลอกอีก

สถานการณ์ที่ครุกกรุ่นและเปราะบางอย่างที่เป็นอยู่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะทำอะไรต้องรอบคอบให้มองคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นด้วยความเมตตาเป็นลูกเป็นหลานเป็นคนไทยด้วยกัน สำหรับนักศึกษา-เยาวชนตัวจริงที่ใสปิ๊งปิ๊งต้องมองออกไปไกล ๆ เวลายังมีอีกมากอย่าให้กลายเป็นเครื่องมือของใครโดยเฉพาะนักการเมืองอาชีพ...พวกนี้เซียนทั้งนั้นนะครับ

( สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์  www.tanitsorat.com หรือ https://ift.tt/38GUnQt )

  

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
September 28, 2020 at 09:00AM
https://ift.tt/30cZncm

วิกฤตขัดแย้งแก้รัฐธรรมนูญ...ซ้ำเติมฟื้นเศรษฐกิจไทย - โพสต์ทูเดย์
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

Saturday, September 26, 2020

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายที่มาพร้อม "นอนกรน" เช็กวิธีรักษา - ไทยรัฐ

kerisasakti.blogspot.com

สำหรับ "ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ จากการอุดกั้น" หรือทางการแพทย์เรียกว่า Obstructive Sleep Apnea (OSA) เป็นภาวะที่เกิดการหยุดหายใจหรือหายใจแผ่วเป็นช่วงๆ ในขณะที่เราหลับ ในคนปกติขณะหลับ กล้ามเนื้อรอบคอหอย และโคนลิ้น จะหย่อนตัวลงและปิดทางเดินหายใจได้เล็กน้อย การหายใจในช่วงนอนหลับจะยังคงเป็นปกติ อาจมีการหยุดหายใจหรือหายใจแผ่วได้ เฉลี่ยไม่เกิน 5 ครั้งต่อชั่วโมง

แต่บางคนที่มีโครงสร้างบางอย่าง อาจทำให้เกิดการตีบแคบเกิดขึ้น เช่น อายุมากขึ้น, มีเพดานอ่อน หรือลิ้นไก่หย่อนยาน, ภาวะอ้วน หรือโครงสร้างใบหน้าที่มีคางเล็กหรือคางสั้น ทำให้ลิ้นตกขณะนอนหลับมากขึ้น ทำให้ทางเดินหายใจบริเวณคอหอย เกิดการตีบแคบง่ายขึ้นขณะหลับ จนหยุดหายใจ หรือหายใจแผ่วเป็นช่วงๆ ได้ ซึ่งเป็นผลเสียต่อร่างกายในระยะสั้นและระยะยาว

ปล่อยทิ้งไว้ ไม่รักษา มีผลอย่างไร


ระยะสั้น : การหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ขณะนอนหลับ ทำให้ร่างกายเกิดการตื่นตัวเรื่อยๆ ขณะนอนหลับ ทำให้การนอนไม่มีคุณภาพ หลับไม่ลึก เกิดความง่วงระหว่างวัน ความจำไม่ดี สมองไม่ปลอดโปร่ง หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน ปวดหัวช่วงเช้า

ระยะยาว : เมื่อมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ จะทำให้หัวใจและปอดทำงานหนักขึ้น มีภาวะความดันโลหิตสูงได้ในอนาคต หรือควบคุมความดันโลหิตได้ยากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองตีบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ และภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เรามักสงสัยภาวะนี้ในคนที่ปัจจัยเสี่ยงหรืออาการสำคัญ ได้แก่ (รวมกันอย่างน้อย 3 ข้อขึ้นไป)

  • เพศชาย
  • มีภาวะอ้วน
  • อายุมากกว่า 50 ปี
  • ความยาวเส้นรอบคอ มากกว่า 40 ซม.

ปัจจุบัน การตรวจวินิจฉัยภาวะนี้ ใช้เครื่องมือที่เป็นมาตรฐานและมีความแม่นยำสูง คือ "การตรวจการนอนหลับ" ปัจจุบันมีหลายประเภท ได้แก่ การตรวจการนอนหลับเต็มรูปแบบ (ค้างคืนที่โรงพยาบาล) หรือ การตรวจการนอนหลับ โดยมีอุปกรณ์ไปติดที่บ้าน (Home sleep apnea test) โดยจะเป็นการตรวจเพื่อวิเคราะห์คุณภาพการนอนหลับอย่างละเอียด ได้แก่ ระดับความลึก-ตื้นของการหลับ ระบบการหายใจขณะนอนหลับ การตื่นตัวของสมอง และการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติขณะหลับ เพื่อยืนยันว่ามีการหายใจที่ผิดปกติขณะนอนหลับจริงหรือไม่

การรักษามีหลายวิธี ดังนี้

  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (Positive airway pressure หรือ CPAP)

เป็นอุปกรณ์สร้างแรงดันบวก โดยสวมเป็นหน้ากากใส่ขณะนอนหลับ เครื่องนี้จะช่วยสร้างแรงดัน เข้าไปถ่ายขยายจุดที่มีการตีบแคบบริเวณคอหอยให้กว้างขึ้น ทำให้การหายใจไม่มีการติดขัดขณะหลับ

  • การผ่าตัดแก้ไข

ในกรณีที่ตรวจพบว่า มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่ไม่รุนแรง หรือทนแรงดันจากการใช้เครื่องอัดอากาศไม่ได้ ซึ่งการผ่าตัดจะต้องแก้ไขไปตามตำแหน่งที่สงสัยว่าเกิดการตีบแคบขณะหลับ เช่น ผ่าตัดต่อมทอนซิล ผ่าตัดแก้ไขลิ้นไก่ หรือเพดานอ่อนที่หย่อนยาน ผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นจมูกที่คดเอียง หรือการใช้คลื่นวิทยุจี้เพื่อลดขนาดเยื่อบุจมูกที่บวมจากภูมิแพ้ เป็นต้น

  • อุปกรณ์ทันตกรรม (Oral appliance)

เป็นอุปกรณ์ที่ใส่ในช่องปากขณะนอนหลับ ซึ่งต้องปรึกษาทันตแพทย์ จุดประสงค์เพื่อทำให้ลิ้นไม่ตกขณะหลับ และโครงสร้างคอหอยตีบแคบลดลงขณะหลับ

สำหรับการรักษาอื่นๆ เช่น การลดน้ำหนัก และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการนอนตะแคง อาจช่วยลดอาการนอนกรน หรือการหยุดหายใจได้ในคนบางกลุ่ม แต่ในระยะยาว ยังไม่มีการศึกษาว่า เกิดประโยชน์ในการรักษาที่ชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีการรักษาโรคร่วมโดยการใช้ยา เช่น ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ เพื่อรักษาโรคภูมิแพ้

สุดท้าย หากท่านใดที่มีอาการสงสัยว่า ตนเองมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ เพื่อการประเมินเบื้องต้น และพิจารณาส่งตรวจการนอนหลับต่อไป เพื่อที่จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที.

ผู้เขียน : กนก โฆษกสุขภาพ

ขอบคุณ : นพ.ชาญสิริ เสกสรรค์วิริยะ โสต ศอ นาสิกแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญอนุสาขาเวชศาสตร์การนอนหลับ

กราฟิก : Jutaphun Sooksamphun

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
September 27, 2020 at 07:30AM
https://ift.tt/3cxQkHQ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายที่มาพร้อม "นอนกรน" เช็กวิธีรักษา - ไทยรัฐ
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

Friday, September 25, 2020

บอสโก้ มองการเสริมทัพบีจี : ลงทุนเยอะ ไม่ได้หมายความว่าจะมีทีมที่ดี - Goal.com

kerisasakti.blogspot.com

กุนซือปราสาทสายฟ้า ไม่หวั่นที่เห็นคู่แข่งอย่าง บีจี ปทุมฯ เสริมทัพแหลก หลังเชื่อว่า ลงทุนเยอะ ไม่ได้หมายความว่าจะมีทีมที่ดีได้

โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มองว่าจากการที่ บีจี ปทุมฯ ลงทุนเสริมทัพด้วยผู้เล่นระดับบิ๊กเนมเข้าสู่ทีม พวกเขาจะมีลุ้นคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก 2020 อย่างแน่นอน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้หวั่นใจอะไร เพราะเชื่อว่า เงินซื้อทีมที่ดีไม่ได้

เดอะ แรบบิท คว้าทั้ง สารัช อยู่เย็น และ อันเดรส ตูเญซ เข้ามาเสริมทัพช่วงตลาดซื้อขายรอบพิเศษ อีกทั้งปัจจุบัน กำลังตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับสองกองหน้าอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา และ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ซึ่งเมื่อถูกถามว่าคิดเห็นอย่างไร ที่หนึ่งในคู่แข่งลุ้นแชมป์อย่าง บีจี ปทุมฯ ลงทุนขนาดนี้ ทางด้าน บอสโก้ แสดงความคิดเห็นผ่าน โกล ประเทศไทยว่า

“ผมเห็นด้วยว่าพวกเขาลงทุนเสริมทัพด้วยเงินมหาศาล คว้านักเตะที่ดีมากๆ แน่นอนพวกเขาต้องการเสริมทีมเพื่อคว้าแชมป์ เช่นเดียวกับเราที่ต้องการคว้าแชมป์อยู่แล้ว ตอนนี้เรายังตามหลังอยู่ ซึ่งเราต้องมองไปทีละเกม เพื่อพาทีมไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก และ พยายามพาทีมคว้าแชมป์ลีก”

“อย่างที่ผมบอกทีมอื่นเช่น บีจี พวกเขาลงทุนคว้านักเตะที่ดีมากมาร่วมทีม ดังนั้นถ้าดูจากรายชื่อนักเตะ พวกเขาก็มีลุ้นแชมป์ แต่สำหรับผมเงินซื้อทีมที่ดีไม่ได้ เพราะ บีจี สองปีก่อนก็ลงทุน แต่ก็ไม่ได้มีฤดูกาลที่ดีนัก (ตกชั้นครั้งแรก) และ พวกเขาก็พยายามอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งมันก็เป็นข้อดีสำหรับฟุตบอลนะ แต่มันก็เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าถึงคุณจะลงทุนมหาศาล แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีทีมที่ดีได้”

กุนซือชาวเซอร์เบีย กล่าวต่อ “เรื่องธีรศิลป์ และ ดิโอโก ผมก็ได้ยินมาบ้าง พวกเขาเป็นนักเตะที่ดีมากๆ มีคุณภาพ สามารถทำประตู และ พาทีมชนะได้ด้วยลำพัง โดยเฉพาะ ดิโอโก ผมทำงานกับเขามาหลายปี เขาเป็นหนึ่งในนักเตะระดับท็อปที่มาเล่นในเมืองไทย ดังนั้นมันจะเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยม ถ้าบีจีลงทุนสำเร็จครั้งนี้ โดยเฉพาะ ดิโอโก เพราะด้วยคุณภาพของเขานั้นอยู่ในระดับท็อป”
นอกจากนี้ บอสโก้ ยังแสดงความเชื่อมั่นว่าทีมจะกลับสู่เส้นทางที่ควรจะเป็นได้ แม้ปัจจุบันตามหลังจ่าฝูง ทรู แบงค็อกฯ ถึง 11 คะแนน และ แข่งน้อยกว่า 2 นัด

“ผมค่อนข้างมั่นใจ ผมเชื่อมั่นในทีมและลูกทีมของผมเสมอ แม้ว่าเรามีปัญหาในทีมแต่มันเป็นเรื่องปกติ บางครั้งเป็นเรื่องอาการบาดเจ็บ บางครั้งคุณแพ้ แต่คุณต้องเชื่อมั่น คุณต้องฝึกซ้อม ต้องเตรียมพร้อม”

“อย่างที่ผมบอกตอนแรก เราต้องดูไปทีละเกมเพื่อไปอยู่ในโซนแชมเปี้ยนส ลีก แน่นอนมันเป็นเรื่องยาก แต่อย่างที่ผมบอก ผมเชื่อในทีมของผม มันยากแต่มันก็เป็นไปได้ เพราะทีมนี้หลายปีที่ผ่านมา พวกเราสร้างสถิติคว้าแชมป์โดยมี 86 คะแนน, 87 คะแนน และ สร้างสถิติที่ดีมากมาย ที่ทีมอื่นไม่สามารถทำได้ แต่นักเตะพวกนี้ทำได้” อดีตเฮดโค้ชโอลิมเปียกอส ทิ้งท้าย

สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เตรียมเปิดบ้านพบกับ สุพรรณบุรี เอฟซี ในโตโยต้า ไทยลีก 2020 วันที่ 26 กันยายน 2563 ที่ช้างอารีนา เวลา 20.00 น. ส่วนโปรแกรมนัดตกค้างที่บุกเยือน บีจี ปทุมฯ จะมีขึ้นวันที่ 10 ตุลาคม 2563

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
September 25, 2020 at 07:24PM
https://ift.tt/30byLIH

บอสโก้ มองการเสริมทัพบีจี : ลงทุนเยอะ ไม่ได้หมายความว่าจะมีทีมที่ดี - Goal.com
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

Thursday, September 24, 2020

หลุดภาพตัวเครื่อง Google Pixel 5 ที่มาพร้อมกับสีสันใหม่ Mint Green - Sanook

kerisasakti.blogspot.com

อีกไม่นานหลังจากนี้ Google Pixel จะเปิดตัวทั้ง Pixel 5 และ Pixel 4a ในเวอร์ชั่น 5G ซึ่งก่อนหน้านี้มีสเปกหลุดเต็มรูปแบบกันไปแล้ว ล่าสุด Evan Blass นักปล่อยภาพหลุด Gadget ชื่อดังได้เผยภาพของ Pixel 5 รุ่นใหม่และครั้งนี้จะมีสีให้เลือกทั้งหมด 2 สีด้วยกัน

 pix5_5

ซึ่งสีที่ว่านั้นคือ Mint Green ซึ่งไม่เคยใช้มาก่อน และโดย Pixel 4a 5G จะมาพร้อมกับสีดำเท่านั้น แต่มีผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน และมีระบบสแกนลายมือที่ด้านหลัง และยังคงมีกล้องคู่เหมือนเดิม คาดว่ามือถือรุ่นนี้จะเปิดตัวในวันที่ 30 กันยายน หรือ วันพุธหน้า ส่วนสเปกเบื้องต้นมีดังนี้

  • หน้าจอขนาด 6 นิ้วพร้อมกับกล้องหน้าแบบเจาะรู เป็นแบบ 90Hz ความละเอียด FHD+
  • ขุมพลัง Snapdragon 765G
  • RAM 8GB / ROM คาดว่าจะเป็น 128GB
  • รองรับ 5G ครบทั้ง Sub-6 และ mmWave
  • กล้องหลังคู่ ความละเอียด 2 แบบ Dual Pixel ในแบบ F1.7 พร้อมกับ OIS + EIS และกล้องมุมกว้างความละเอียด 16 ล้านพิกเซลมุมมอง 107 องศา
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ขนาด 4080 mAh รองรับกำลังชาร์จไฟ 18W
  • กันน้ำ IP68
  • รองรับ WiFi AC, Bluetooth 5.0, NFC
  • มาพร้อมกับ Android 11
  • ราคาจะอยู่ราวๆ 599 – 629 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือ 18,xxx – 19,8xx บาท

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
September 25, 2020 at 10:27AM
https://ift.tt/3kMqqDf

หลุดภาพตัวเครื่อง Google Pixel 5 ที่มาพร้อมกับสีสันใหม่ Mint Green - Sanook
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

ข่าวร้าย? iPhone 12 Mini อาจใช้ชิป Apple B14 ที่มาในราคาประหยัด - iphone-droid.net

kerisasakti.blogspot.com

จนถึงตอนนี้เรายังไม่ทราบว่า iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่นจะเปิดตัวในวันไหน แต่ล่าสุดกลับมีข่าวลือที่น่าจะเป็นข่าวร้ายเล็กน้อยในรุ่นเล็กสุดอย่าง iPhone 12 Mini ครับ

ทวิตเตอร์ @MauriQHD ระบุว่าหน่วยประมวลผล Apple B14 อาจเปิดตัวและใช้กับ iPhone 12 Mini, SE 2 Plus หรือ SE 3 ซึ่งแน่นอนว่า B14 จะมีประสิทธิภาพน้อยกว่า A14 Bionic แน่นอน ทั้งนี้ เว็บไซต์ Tom’s Guide ยังเผยว่า iPhone 12 Mini จะมีแบตเตอรี่ที่ประหยัดแต่ประสิทธิภาพน้อยกว่า A14 Bionic ด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวนี้ไม่ได้ถูกยืนยันแต่อย่างใด ซึ่งเราต้องมารอดูกันในงานเปิดตัว iPhone 12 ที่คาดว่าจะอยู่ในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้

ที่มา : GizmoChina

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
September 23, 2020 at 03:51PM
https://ift.tt/2G3mbnP

ข่าวร้าย? iPhone 12 Mini อาจใช้ชิป Apple B14 ที่มาในราคาประหยัด - iphone-droid.net
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

Tuesday, September 22, 2020

“ชิคุนกุนยา” อีกโรคยอดฮิตที่มากับยุงลายพาหะตัวร้าย - โพสต์ทูเดย์

kerisasakti.blogspot.com

“ชิคุนกุนยา” อีกโรคยอดฮิตที่มากับยุงลายพาหะตัวร้าย

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลา 07:39 น.

รู้หรือไม่ โรคที่มากับสายฝน ไม่ได้มีแต่ไข้เลือดออก “ชิคุนกุนยา” อีกโรคยอดฮิตที่มากับยุงลายพาหะตัวร้าย อีกอันตรายช่วงฝนตก

หลายคนคงเข้าใจกันว่า โรคยอดฮิตที่มักจะเป็นกันมากในช่วงฤดูฝนเป็นโรคไข้เลือดออก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกโรคที่ฮิตในหน้าฝนไม่แพ้กัน นั่นคือ “โรคชิคุนกุนยา” หรือ “โรคไข้ปวดข้อยุงลาย” ซึ่งมาจากพาหะเดียวกันได้แก่ยุงลาย

มีข้อมูลที่น่าสนใจจาก โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี ในเครือ “พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์” โดย แพทย์หญิงขวัญนุช ศรีกาลา กุมารเวชกรรม โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี เผยเรื่องราวเกี่ยวกับ “โรคชิคุนกุนยา” ความอันตรายของโรคนี้จะเป็นอย่างไรนั้น ในบทความนี้มีคำตอบ

พบโรคชิคุนกุนยาได้ในทุกช่วงอายุ

โรคชิคุนกุนยา หรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัส Chikungunya Virus ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรค โดยจากข้อมูลของกรมควบคุมโรคพบว่า เพียงครึ่งปีแรกของปี 2563 พบผู้ป่วยเกือบ 2,000 รายเลยทีเดียว นอกจากนี้พื้นที่การแพร่ระบาดมีการขยายในวงกว้างมากขึ้น ส่วนกลุ่มที่ป่วยยังพบได้ในทุกช่วงอายุอีกด้วย โดยจะพบมากที่สุดในช่วงอายุ 25-34 ปี 

อาการของโรคชิคุนกุนยา

มีไข้สูงอย่างฉับพลัน อ่อนเพลีย ปวดหัว ข้ออักเสบ ปวดตามข้อมือ ข้อเท้า ข้อต่อแขนขา โดยจะปวดไล่ไปเรื่อย เปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อย ข้อต่อบวม เข่าและข้อต่อไม่มีแรง จนไม่สามารถขยับได้ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ คันหรือมีผื่นขึ้นตามตัว ตาแดง

หากพบว่า มีอาการข้างต้น ควรรีบพบแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม โดยห้ามทานยาลดไข้แอสไพริน (Aspirin) เป็นอันขาด เนื่องจากจะทำให้เลือดออกง่ายขึ้น

อาการที่แตกต่างจากโรคไข้เลือดออก

แม้ว่าจะเป็นโรคที่ติดต่อจากยุงลายเหมือนกัน มีความรุนแรงเหมือนกัน และอาจมีอาการคล้ายโรคไข้เลือดออกบ้าง แต่จะมีบางอาการที่พบได้เฉพาะในโรคชิคุนกุนยาเท่านั้น และจะไม่อันตรายเท่าโรคไข้เลือดออก ซึ่งจะมีความแตกต่างกัน ดังนี้

  • โรคชิคุนกุนยาจะไม่มีเกร็ดเลือดต่ำจนมีเลือดออกรุนแรงอย่างโรคไข้เลือดออก
  • โรคชิคุนกุนยาจะไม่มีผนังเส้นเลือดฝอยผิดปกติจนทำให้มีน้ำเลือดรั่วออกนอกเส้นเลือด ซึ่งทำให้ความดันโลหิตต่ำ จนผู้ป่วยเกิดอาการช็อค อย่างโรคไข้เลือดออก
  • แม้ว่าโรคชิคุนกุนยาจะถือว่าเป็นโรคที่มีความรุนแรง แต่โรคนี้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตอย่างโรคไข้เลือดออก แต่อย่างไรก็ตามโรคนี้ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดตามข้อทรมาน ซึ่งอาจปวดนานเป็นเดือนหรือเป็นปีก็มี

หากรู้ทันโรคสามารถป้องกันได้

โรคชิคุนกุนยายังไม่มีการรักษาที่จำเพาะ การรักษาจึงทำได้แค่รักษาตามอาการ เพื่อลดอาการของผู้ป่วย เช่น การใช้ยาลดไข้หรือยาแก้ปวด เช็ดตัว พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และป้องกันไม่ให้ยุงกัด เป็นต้น เพราะฉะนั้นการป้องกันจึงสำคัญที่สุด ซึ่งเราสามารถป้องกันได้โดย

  • เก็บบ้านให้ปลอดโปร่ง
  • เก็บขยะ
  • ปิดแหล่งน้ำให้มิดชิดไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายตัวร้ายที่เป็นพาหะของโรค
  • ใช้ยาทากันยุงบนผิวหนังหรือบนเสื้อผ้า
  • ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หรือเสื้อผ้าที่ไม่เปิดเผยผิวหนัง

หลายโรคที่ต้องเฝ้าระวังในหน้าฝน ดังนั้น ควรหมั่นดูแลและรักษาสุขภาพ ตามข้อปฏิบัติดังกล่าวที่เราแนะนำไว้ข้างต้น รวมทั้งหมั่นเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
September 23, 2020 at 07:56AM
https://ift.tt/32Ufa1C

“ชิคุนกุนยา” อีกโรคยอดฮิตที่มากับยุงลายพาหะตัวร้าย - โพสต์ทูเดย์
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

Sunday, September 20, 2020

TOYOTA THAI LEAGUE BEST XI : ประจำสัปดาห์ที่ 6 - Goal.com

kerisasakti.blogspot.com
TOYOTA THAI LEAGUE BEST XI : ประจำสัปดาห์ที่ 6

Goalthailand

หลังจบเกมอันเข้มข้นของศึก โตโยต้า ไทยลีก สัปดาห์ที่ 6 นี่คือนักเตะและโค้ชที่ทำผลงานได้ดีสุดในสายตาเรา

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
September 20, 2020 at 07:47PM
https://ift.tt/3cjbtpd

TOYOTA THAI LEAGUE BEST XI : ประจำสัปดาห์ที่ 6 - Goal.com
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi

Friday, September 18, 2020

เปิดที่มาชื่อ"แอร์บูล" กระทิงอากาศ แม่ทัพฟ้าคนใหม่ - สยามรัฐ

kerisasakti.blogspot.com

วันที่19ก.ย.63 เพจเฟชบุค"วาสนา นาน่วม"ผู้สื่อข่าวสายทหารได้โพสต์ข้อความถึงที่มาชื่อของผบ.ทอ.คนใหม่ คือพล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ โดยระบุว่า

"ด้วยเพราะชื่อ แปลก นี่ล่ะ
ที่ทำให้ ข่าวได้รับการเสนอชื่อเป็น ผบ.ทอ.รั่วออกมา

ชื่อแปลก.... เลยทำให้ ผู้ใหญ่ ถามถึง

เพราะถ้าเป็นชื่อ...ธรินทร์-สุทธิพันธ์-สฤฏษ์พงษ์-นภาเดช ก็คงไม่แปลกเท่าไหร่

เมื่อชื่อ แอร์บูล ถูกเปิดออกมา คำถามที่ใครๆ ถามเหมือนกันคือ หา!! ชื่ออะไรนะ

“แอร์บูล“ แปลว่า อะไร
ชื่อภาษาอะไร
แล้วทำไมถึงชื่อนี้ ?

เป็นคำถามที่ถูกถามถึงมากที่สุด ไม่ว่าใครได้ยินชื่อนึ้. ไม่ว่าจะสมัยนี้ หรือสมัยก่อน

พลอากาศเอก แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษทอ. ให้คำตอบว่า

ชื่อ แอร์บูล ที่ภาษาอังกฤษ เขียนว่า AirBull ถ้าแปลตรงตัว แปลว่า กระทิงอากาศ

แล้วที่ ชื่อนี้ เพราะคุณพ่อของ พลอากาศเอก แอร์บูล ที่เป็นทหารอากาศ ตั้งให้ จากชื่อการฝึกร่วมทางอากาศ ของทอ.ไทย และสหรัฐอเมริกา ที่มีขึ้นเมื่อปี 2504 ซึ่งเป็นปีที่ พลอากาศเอก แอร์บูล เกิดพอดี คุณพ่อ ที่เป็นทหารอากาศ ประทับใจ จึงนำมาตั้งชื่อลูกชาย เพื่อเป็นที่ระลึก ในการฝึกนั้น

ในเวลานั้น มีการจัดตั้ง SEATO (SouthEast Asia Treaty Organization ในภูมิภาคนี้ โดยมีสหรัฐอเมริกา เป็นหลัก ร่วมด้วย อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ร่วมกับประเทศในภูมิภาคนี้ เช่น ไทย ฟิลิปปินส์ ในการต่อต้านคอมมิวนิสต์ ในเวียดนาม กัมพูชา

จึงมีการฝึกทางทหารร่วมกัน ว่า AirBull ในเวลานั้น ยังมีการฝึก Air Cobraและ แอร์จันทรา Air Chandra ด้วย

พลอากาศเอก แอร์บูล ยังมีน้องสาวชื่อว่า “แอนนา” ด้วย

ชื่อฝรั่งแบบนี้. สมัยเด็กๆ มักจะเจอคำถามว่า เป็น ลูกครึ่ง หรือเปล่า

แต่เมื่อ Airbull มาเป็นชื่อ ไม่มีคำแปล แต่จะเล่าที่มาของชื่อ เช่นนี้ ในชีวิต ก็คงนับครั้งไม่ถ้วน ที่ถูกถาม

เวลาไปอบรมอะไร ถ้าให้เขียนชื่อเป็นภาษาอังกฤษ ก็เขียนตรงตัว แต่พอให้เขียนเป็นภาษาไทย คนก็จะงง เพราะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน

“แต่ไม่เคยคิดเปลี่ยนชื่อเลย เพราะคุณพ่อตั้งให้ ท่านคงเลือกว่า ดีแล้ว เป็นเอกลักษณ์ดี ไม่เหมือนใคร “

นอกจากชื่อแล้ว ที่ภาคภูมิใจ ก็คือได้เป็นทหารอากาศ เหมือนคุณพ่อ เพราะ อาชีพทหาร เสียสละ มึเกียรติ มีศักดิ์ศรี แม้เงินเดือนไม่มากนัก แต่เราได้ทำหน้าที่สำคัญ

ทั้งนี้ เมื่อครั้งเป็น นายทหารอากาศหนุ่ม เป็นนักบินลำเลียง C-130 จนเป็น ผู้บังคับฝูงบิน 601. และเป็น รองผู้การกองบิน6 ดอนเมือง นั้น ก็เป็น นายทหารอากาศคนดัง ที่ แมกกาซีนดัง หลายเล่ม มาสัมภาษณ์

แม้จะไม่ได้เป็นนักบินเครื่องบินไฟท์เตอร์ เครื่องบินขับไล่ แต่ก็ถูกจับตามอง

โดยเมื่อครั้งเป็นนักบิน C-130 ก็ทำการบินเครื่องบินลำเลียง เครื่องพระที่นั่ง ถวายงาน พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ในการเสด็จปฏิบัติพระราชกรณียกิจ

ก่อน ไปเป็น ผู้ช่วยทูตทหารอากาศ ประจำสิงคโปร์

จากนั้น เส้นทางรับราชการทหาร อาจไม่โดดเด่นนัก ไม่ได้เป็นผบ.หน่วย แต่มาทำหน้าที่ ฝ่ายอำนวยการ ฝ่ายเสนาธิการ หน้าห้อง นายทหารชั้นผู้ใหญ่ รวมทั้ง ปลัดบัญชีทหารอากาศ ก่อนที่จะได้ เติบโต เป็นปลัดบัญชีทหารอากาศ และ เป็นพลอากาศเอก ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทอ. ตำแหน่งที่ถูกเรียกว่า อยู่ในกรุ

แล้วในปีสุดท้ายของชีวิตรับราชการทหาร ชื่อ แอร์บูล จะกลายเป็นที่รู้จัก อย่างฮือฮา เมื่อ ได้กลายเป็น ผบ.ทอ. ม้ามืด ที่ไม่ใช่แซงโค้งสุดท้าย แต่ทว่า เป็นม้าวิ่งนำมาตลอด แต่ทว่า เป็น ม้านอกสายตา

และที่ทำให้ ชื่อ แอร์บูล ที่คุณพ่อ ตั้งให้ ชื่อที่ใครๆ ก็ถาม ชื่อที่ใครๆว่าแปลก ...ก็ได้ขึ้นทำเนียบทัพฟ้า เป็น ผบ.ทอ. ในที่สุด

ด้าน ชีวิตครอบครัว

จบจาก รร.กรุงเทพคริสเตียน BCC127.เตรียมทหาร รุ่น21 และ รร.นายเรืออากาศ 28

ภริยา ชื่อ “อ.น้อง”ผศ. ดร. พรรณระพี สุทธิวรรณ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณฯ และเป็น นักจิตวิทยา ที่มีบทบาท ในเรื่องเด็ก และสตรี อย่างมาก และมักจะเห็น ในสื่อต่างๆ ที่จะมาเป็น นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ ต่อจาก หมอมง พญ.หญิง วิไลภรณ์ วงษ์วาทย์ ภริยา พลอากาศเอก มานัต

และมีลูกสาวคนเดียว ชื่อ น้องเนเน่ “นส.เอริณ สุทธิวรรณ” ที่เรียนจบ จาก ไฮสคูลจาก แคนาดา และ เรียนปริญญาตรี จาก ออสเตรเลียและ กลับมาเรียน มหิดล อินเตอร์ฯ และเพิ่งจบ

พลอากาศเอก แอร์บูล เป็นนายทหาร ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง เป็นคนเงียบๆ และเป็น แฟมิลี่ แมน ให้ความสำคัญกับครอบครัว จึงมีครอบครัวที่อบอุ่น"

ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจากเฟชบุค Wassana Nanuam
ภาพ:พลอยแกมเพชร

Let's block ads! (Why?)



"ที่มา" - Google News
September 19, 2020 at 10:12AM
https://ift.tt/2RFfivp

เปิดที่มาชื่อ"แอร์บูล" กระทิงอากาศ แม่ทัพฟ้าคนใหม่ - สยามรัฐ
"ที่มา" - Google News
https://ift.tt/2ZXuIAi